EXCLUSIVE!! คุยแบบเป็ดๆ แบบว่าเซ็งคนขายแผ่นก็อป

เมื่อวาน... ผมไปเดินหาซื้ออุปกรณ์คอมที่ห้างแถวๆแยกอสมท.มา หลังจากได้ของที่ต้องการแล้ว ผมก็ไปดูแผ่นโปรแกรมเพื่ออัพเดทซะหน่อย ในขณะที่กำลังดูแผ่นนั้น ได้ยินพนักงานในร้าน (ไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็นเจ้าของร้านเอง) บ่นว่า "เฮ้อ... เซ็งเป็ด ขายแผ่นไม่ค่อยได้เลย กูหละเบื่อบิทจริงๆวะ!!" เมื่อผมได้ยินคำนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาในหัวผมคำแรกคือ "แล้วที่เอ็งละเมิดลิขสิทธิ์เขาอยู่หละ??"

โดยส่วนตัวผม ผมไม่ใช่คนที่ "จะพยามไม่ใช้ของผิดลิขสิทธิ์" แต่ผมเป็นคนที่ "จะพยายามใช้ของถูกลิขสิทธิ์" ต่างหาก ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันสิ้นเชิง เพราะการที่คนเราฝืนเพื่อที่จะไม่ใช้สิ่งใดนั้น มักจะจบลงที่ "ของฟรี" ทุกที แต่การที่คนเราพยายามที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่เราเห็นว่าคุ้มค่านั้น มักจะอยู่ที่คำว่า "ของดี" ยกตัวอย่างเช่น OS ทุกคนยอมรับว่าถ้าไม่มีมัน คอมพิวเตอร์ก็แทบไร้ประโยชน์ ถ้าคุณเป็นคนพยายามที่จะไม่ใช้ของผิดลิขสิทธิ์ คุณจะหนีไปหาพวก Linux หรือ Ubuntu อะไรพวกนั้น และเมือมันใช้ยาก หรือไม่ตอบโจทย์ในงานของคุณ คุณก็จะกลับมามองว่า OS ที่ถูกลิขสิทธิ์นั้น มันก็ยังราคาแพงอยู่ดี ต่างจากคนที่พยายามจะใช้ของถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งจริงแล้วเขาเหล่านี้เคยใช้ Windows หรือ OS X แบบผิดลิขสิทธิ์มาก่อน (พวกแมคเท่ห์) แต่เขามองว่ามันช่างคุ้มค่าในการที่จะซื้อแบบถูกลิขสิทธิ์มาใช้จริงๆ ทำให้คนเหล่านี้พยายามที่จะจ่ายตังซื้อของดี มากกว่าเห็นของฟรีนั้นเอง

(*ที่บอกนี้ไม่ใช่จะหมายถึงให้พยายามเสียตังกันนะครับ แต่หมายถึงอยากให้ปรับแนวคิดเรื่องลิขสิทธิ์กันดีกว่าไหม เพราะคนที่เริ่มมีกำลังใจจะใช้ของถูกลิขสิทธิ์ มักจะคิดแบบตัดทางเลือกของตัวเองก่อนซะทุกคนเลย และด้วยแนวคิดแบบนี้เอง ทำให้ตอนนี้ผมมี Windows และ Office ใช้แบบถูกลิขสิทธิ์แล้ว ถึงแม้จะมีบางอย่างยังผิดลิขสิทธิ์อยู่บ้างก็เถอะ เช่นพวกโปรแกรม บี้ๆ แบทๆ อะไรซักอย่างที่ไว้แต่งภาพและอ่าน PDF นั้นแหละครับ ^^")

หลังจากเรื่องแนวคิดแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตุต่อมาคือ "เรื่องเงินทุน" โดยตอนนี้มันส่งผลกระทบไปถึงระดับโลกแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยถูกจัดอันดับละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เป็นอันดับ 3 ของโลก เพราะด้วยแนวคิด "ซื้อของถูก ตอบรับกระแสวิกฤตเศรษฐกิจโลก" พูดซะหรูเลย แต่แปลง่ายๆคือ "อะไรก็ได้ ขอถูกไว้ก่อน" ซึ่งเป็นความคิดที่ใกล้เคียงกับ "ของฟรี" ในข้างต้นเลยครับ ข้อเสียในการคิดแบบนี้ไม่ขอกล่าวถึงแล้ว แต่ขอกล่าวถึงผลกระทบมันละกัน ลองคิดเปรียบเทียบกันง่ายๆว่า "กว่าจะได้ภาพยนตร์ซักเรื่องหนึ่ง มันต้องลงทุนกันขนาดไหน... ค่าบท, ค่านักแสดง, ค่าสถานที่, ค่ากล้อง, ค่าฟิลม์, ค่าผู้กำกับ, ค่ากองถ่าย, ค่าอุปกรณ์, ค่าฉาก, ค่าเสื้อผ้า, ค่า ค่า ค่า ฆ่ากรูดีกว่า!! นี้ขนาดยังไม่ได้เริ่มถ่ายเลยนะ!!" แล้วเทียบกับคนที่ต้องการของถูกหละ "ค่าแผ่น 1 แผ่น เฮ๊ย!! หมดแล้ว!!" มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว และเพราะด้วยค่าต้นทุนที่ต่างกัน นับสิบ นับร้อย นับล้านเท่านี้เอง ทำให้เงินทุนที่จะนำมาหมุนเวียนในวงการภาพยนตร์นั้นลดลงเรื่อยๆ และสุดท้ายมันก็จะเกิด "ยุคมืด" ดังเช่นวงการเพลงของเราในตอนนี้ ซึ่งหลายคนออกมาบอกว่า "แม่ง!! ทำเพลงกันออกมาห่วยวะ ไม่มีคุณภาพเอาซะเลย นี้จะทำมาขายกันอย่างเดียวเลยหรือไง" ผมเองก็ไม่อยากบอกเลยครับว่า "เราเองนั้นแหละที่ทำให้มันเป็น แล้วจะไปโทษคนอื่นทำไม"

ดังนั้นถ้ามองถึงแนวคิดที่ไม่ฝืนจนเกินไป และเหมาะสมกับเศรษฐกิจและบ้านเมืองของเราทุกคนแล้ว ผมว่าเราควรเริ่มต้นจากการรักในสินค้าไทยก่อนเป็นอันดับแรกก็พอครับ เช่น เพลงไทย, ภาพยนตร์ไทย (นเรศวรภาค 3 เป็นต้น 555 ขายซะเลย) หรือไม่ว่าจะเป็น Software ไทย (อันนี้อาจจะต้องทำใจอยู่นานนิดนึง - -") อะไรประมาณนี้ครับ

มาถึงตรงนี้ผมเลยสรุปได้ว่า "อยากจะขายของถูกแบบผิดลิขสิทธิ์เอง แล้วทีนี้จะมาบ่นอะไร ในเมื่อคนเขาหนีไปใช้ของฟรีซะเลย" ทั้งหมดนี้คือความคิดที่เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังยืนดูแผ่นโปรแกรมภายในร้าน และผมก็เดินจากออกมาโดยไม่ได้ซื้ออะไร.....