BFGoodrich - The Road Never Ends Trip 2010

กลับมาอีกครั้งกับ BFGoodrich The Road Never Ends Trip ทริปทดสอบยางแบบสนุกๆ ที่จะพาท่านผู้อ่านลุยไปกับเส้นทางหลากหลายรูปแบบ และครั้งนี้สถานที่ที่เราจะไปลุยกันก็คือ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีครับ ส่วนยางที่ใช้ ในทีแรกผมนึกว่าจะเป็นตัว All Terrain ยางตัว Top ของ BFGoodrich ที่ลุยได้ทุกสภาพ หรือ Mud Terrain ที่ถนัดด้านลุยโคลน (เห็นช่วงนี้ฝนตกบ่อย) แต่ไม่ใช่ครับ ยางที่เหมาะกับการทดสอบเส้นทางไฮเวย์ที่คดเคี้ยวสุดๆของอำเภอสวนผึ้งนั้น ยังคงเป็น Long Trail T/A Tour ตัวเดิมนั้นเองครับ

ถ้าใครเคยไปอำเภอสวนผึ้งจะทราบดีว่า ถนนที่เข้าตัวอำเภอนั้นแคบและคดเคี้ยวขนาดไหน บ่อยครั้งที่เรามักขับหลุดโค้งกัน แต่ด้วยความที่รถแถวนั้นมันน้อย เราเลยยังพอถูไถกันไปได้ ไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่หละ!! งานนี้ถ้าใครอยาก Play Safe ไปเที่ยวสวนผึ้งแบบชัวร์ๆ ผมแนะนำว่าต้องขับรถประเภท SUV และเปลี่ยนมาใช้ยางที่มั่นใจได้อย่าง Long Trail T/A Tour ดีกว่าครับ รับรองหนึบ!ชัวร์ (เพราะลองดริฟท์มาแล้ว)

เริ่มการเดินทาง ผมและ Sum1 ดริฟท์คิงเบอร์ 1 ของงาน!! (เพิ่งรู้เนี๊ยว่าแม่งเป็นคนจั๊งซี๊!!) เดินทางด้วยรถทัวร์จากกองบัญชาการของมิชลิน ไปยังโรงแรมที่พัก La Toscana ที่อยู่ในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อไปถึงก็มีการอธิบาย คุณสมบัติของยาง Long Trail T/A Tour และ ตำนานของ BFGoodrich ที่มีมากว่า 30 ปี ให้ฟังกันซักเล็กน้อย จากนั้นเราก็เตรียมตัวขึ้นรถ SUV ที่ทางทีมงานจัดไว้ให้ ซึ่งทีมคู่หูที่จะนั่งรถไปกับเราในครั้งนี้เป็นทีมจาก Moohin.com เว็บท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยนั้นเองครับ ส่วนสถานที่แรกที่ไปคือ Honey Scene ร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ใน เซนนารี่รีสอร์ท โดยระหว่างทางรถคันอื่นก็ได้ทดลองยางกันแบบเบาๆ คือลุยฝุ่นลุยโคลนหักโค้งนิดหน่อย แต่ Sum1 เขาไม่!! แถสบัดอยู่ในหลุมโคลน จนเบรคมันล๊อก ตัวควบคุมส่งเสียงดัง ปี๊บๆๆ ดังนั้นยังไม่ทันไร คันที่ผมนั่งก็เละโคลนซะกระจายแล้วครับ - -" ส่วน Sum1 ให้ความเห็นมาสั้นๆครับว่า "นี้ถ้ายางปรกติมีตกเขากันไปแล้วนะเนี๊ย!!" O_o

เมื่อมาถึงสถานที่ทดสอบ มีการถ่ายรูปกันเล็กน้อย จากนั้นก็ลุยกันเลย สนามแรกที่พวกผมได้ลองคือ Spirit Challenge เป็นทดสอบการขับแบบออฟโรด โดยมีการจำลองสนามเอาไว้ให้ทดสอบกัน เช่น ขับผ่านหลุม ขึ้นลงเนินสูง และพื้นเอียง เป็นต้น เพื่อเป็นการทดสอบว่ายางสำหรับไฮเวย์ก็ลุยได้ดีเหมือนกัน และที่สนุกมากๆคือ เขามีการเก็บคะแนน โดยรวางไข่ไว้ที่หน้ารถ ถ้าใครทำแตกก็อดคะแนนไป ซึ่งแน่นอนครับ ผมมากะดริฟท์คิง... แตกกระจาย!!

 

สนามต่อไปเป็นสนามที่เราเรียกว่า Grasskana เป็นการวิ่งจับเวลา ซึ่งโดยปกติแล้วการวิ่งจับเวลานี้ จะขับกันบนพื้นปูนหรือพื้นลาดยางกัน แต่ทาง BFG บอกว่ามันธรรมดาไป เราเลยได้สนามหญ้าที่มีทั้งฝุ่นและทรายมาทดสอบกันแทน โดยเป็นการทดสอบทั้งหน้ายาง ETEC  และไหล่ยาง Rigid Shoulder ที่ช่วยในการตะกุยทรายนั้นเอง

 

เมื่อเสร็จกิจกรรมทั้ง 2 แล้ว ก็ถึงเวลาทดลองวิ่งระยะทางไกลๆ แต่จะวิ่งบนถนนธรรมดาก็คงไม่ใช่ทริปทดสอบยาง งานนี้ออฟโรดครับ เข้าป่าบ้าง ลุยบ่อโคลนบ้าง ผ่านร่องน้ำบ้าง พร้อมกับชมวิวสวยๆตลอดเส้นทาง มีวิ่งความเร็วสูงบนถนนลาดยางบ้าง เพื่อทดสอบว่ายางยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี รวมถึงทดสอบเสียงของยางที่แม้ไม่เงียบสนิทมาก แต่ก็ไม่ดังจนน่าเกลียด งานนี้อธิบายยังไงก็คงนึกไม่ออก ดูคลิปวีดีโอเลยละกันครับ

 

ในช่วงเย็นหลังจากที่เหนื่อยจากกิจกรรม เราได้เข้าพักที่โรงแรม La Toscana โรงแรมสไตล์อิตาลี ห้องพักสวยมาก บรรยากาศดีสุดๆด้วย หลังจากที่ล้างหน้าล้างโคลนกันแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็น และแน่นอน ตามมาด้วยปาร์ตี้สังสรรค์กันครับ

รุ่งเช้าพวกผมตื่นสายนิดหน่อย (เพราะ Lกฮ.) เลยมาขึ้นรถเป็นอันดับสุดท้าย - -" จากนั้นเราก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปร้านหอมเทียน เพื่อไปดูวิธีการทำเทียนหอมกันซักเล็กน้อย ซึ่งน้องๆ PR ประจำรถทั้ง 2 คนก็เป็นคนสาธิตวิธีทำให้ดูด้วย จากนั้นเราก็พักทานข้าวกลางวันที่ Eden Garden ร้านอาหารยอดฮิตที่หลายคนรู้จักดี ประมาณว่าไปสวนผึ้งก็ต้องไปกินร้านนี้เลย

สุดท้ายก่อนกลับเราได้ถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก และหวังว่าทาง BFGoodrich จะพาเราไปทดสอบยางในสถานที่ที่น่าสนใจเช่นนี้กันอีกนะครับ ส่วนใครสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับยางของ BFGoodrich ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์โทร 02-793-6969 หรือทางเว็บไซต์ www.bfgoodrich-thai.com นะครับ