April Fool's Day โกหกอะไรก็ได้ แต่อย่าโกหกว่า "รักผมที่สุด!!!"

ในที่สุดก็ถึงวัน April Fool's Day 2009 มันเป็นวันที่ใครหลายๆคนจะพูดเรื่องโกหกๆ ให้เป็นเรื่องตลกไป และคนที่ไปหลงเชื่อก็จะต้องไม่ถือโกรธแต่อย่างใด เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของชาวฝรั่งเศสเขา และกลายมาเป็นเทศกาลที่ให้ความสนุกสนานกันได้เล็กน้อย ในช่วงกลางปีได้ดีทีเดียว เอาหละไหนๆก็เล่าแล้ว ผมขอเล่าประวัติประเพณี April Fool's Day นี้ซะหน่อยละกัน แล้วต้องบอกก่อนว่า "อันนี้ผมไม่ได้โกหกนะ"

วันเอพริลฟูลส์ (April Fool's Day) หรือเรียกในภาษาไทยว่า วันเทศกาลคนโง่ เริ่มมาจากที่ ประเทศฝรั่งเศสช่วงศตวรรษ 16 (ประมาณปี 1582)โดยตอนนั้นชาวฝรั่งเศสถือเอาช่วงวันที่ 25 มีนาคม ถึง 1 เมษายนเป็น New Year's Week ต่อมาไม่นาน ฝรั่งเศสก็เกิดการปฎิวัติขึ้น ส่งผลให้ประเทศถูกเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง รวมถึงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม ตามระบบนับวันของของกษัตริย์ชารล์ที่ 9 ซึ่งเราลองคิดดูนะครับ สมัยก่อนไม่มีทีวี ไม่มีโทรเลข อินเตอร์เนตยิ่งไม่ต้องพูดถึง... ถ้ามีการประกาศใหญ่ๆขึ้น เช่นเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ นานแค่ไหนกว่าจะรู้กันทั่วประเทศ ด้วยความล่าช้านี้เอง บางเมืองในฝรั่งเศสก็ยังมีการฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวัน 1 เมษายน ทำให้ผู้คนในเมืองนั้นถูกมองและล้อเลียนว่า "ล้าหลัง" หรือ "โง่เง่า" ที่ยังไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่แล้ว โดยบางคนที่ไม่เชื่อ ก็หาว่าคนที่รู้แล้วนั้นว่า "โกหก" หรือบางคนก็โกหกซะเองเลยว่า "จริงๆแล้วไม่มีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่แต่อย่างใด" มันเลยกลายเป็นเรื่องโกหกที่ไม่รู้จะเชื่อใครดีในสมัยนั้น ทำให้กว่าจะเข้าใจกันทั่วว่า มีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จริง ก็ปาเข้าไปศตวรรษที่ 17 เลยทีเดียวครับ

มาวันนี้ ประเพณีนี้เองก็ได้แพร่หลายกันต่อไปยังหลายๆประเทศ (รวมถึงประเทศไทยด้วย) เลยทำให้เราเห็นได้ว่า มีบางหนังสือพิมพ์ บางนิตยสาร บางบล๊อก หรือข้อมูลตามแหล่งต่างๆ ในวันที่ 1 เมษายนนี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องโกหกก็ได้นะครับ ลองพิจรณาดีดีหละ^^

และส่วนผมก็โกหกใครไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าใครมาโกหกอะไรผมก็คงไม่โกรธหรอกครับ แต่ขออย่าโกหกเรื่องเดียว ว่า "รักผมที่สุดในโลกเลย!!" เพราะผมจะเชื่อเข้าจริงๆนะนั้น ^^