7 กีฬาร้าย ทำลายโลก

ใครๆก็พูดกันจนปากเปียกว่ามาเล่น กีฬา กันเถอะ พร้อมอ้างเหตุผลพันแปดมาสนับสนุนว่าเล่นแล้วดีอย่างโน้น เท่ห์อย่างนี้ แต่รู้รึเปล่าคะว่า รอบเอวที่ลดลงและความเพลิดเพลินที่คุณได้รับ บางครั้งต้องแลกมากับสุภาพของ โลกที่นับวันมีแต่จะทรุดโทรมลง ซึ่งวันนี้เราได้นำเสนอกีฬา 7 อย่างที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างที่คุณคาดไม่ถึงดังนี้คะ

1. Skydiving : การกระโดดร่ม               
ที่จริงแล้วกีฬาชนิดนี้ถ้าเล่นเพื่อความเพลิดเพลินกันคนสองคน ก็คงจะไม่ได้มีผลเสียอะไรมาก แต่เมื่อไหร่ที่โดดกันเป็นล่ำเป็นสันจัดแข่งเป็นทัวร์นาเมนต์แล้วละก็ มันกินเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมหาศาลคะ เพราะอย่าลืมว่าเครื่องบินจะต้องเทียวขึ้นเทียวลงส่งผู้เล่นกระโดดแหกแหวกอากาศลงมา จะดีกว่ารึเปล่าถ้าลองเปลี่ยนมากระโดดบันจี้จั้ม กระโดดน้ำ กระโดดยาง หรือกระโดดตบแทน อาจจะน่าตื่นเต้นน้อยกว่า แต่อย่างน้อยก็ช่วยประหยัด ชีวิต และไม่เปลืองน้ำมันคะ

2. Soccer : ฟุตบอล

สำหรับกีฬาชนิดนี้ ที่จริงแล้วไม่ได้ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากให้เปลืองทรัพยากรเลย มีแค่ลูกบอลกับเพื่อนชายอีกไม่กี่คน เท่านี้คุณก็สนุกสนานตามประสาชายเบียดชายได้แล้ว แต่นั้นเป็นกรณีที่คุณเป็นคนเบๆธรรมดาๆ ที่แตะฟุตบอลเป็นงานอดิเรกยามว่างคะ ถ้าเผอิญว่าคุณเป็นนักฟุตบอลระดับโลกที่เล่นเป็นอาชีพแล้วละก็ คุณคือตัวร้ายทำลายโลกคะ เพราะยิ่งฟุตบอลแพร่หลายมากเท่าไหร่ การเดินทางเพื่อไปแข่งยังที่ต่างๆก็มีมากขึ้นเท่านั้น ไหนจะต้องใช้รถทัวร์, รถยนต์ หรือแม้กระทั่งเครื่องบินเพื่อส่งคุณข้ามทวีปไปแตะกับประเทศด้อยพัฒนาเพื่อหารายได้พิเศษ การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็ยิ่งเยอะมากขึ้นคะ  

 3. NASCAR

ถึงแม้ว่ากีฬาไฮโซชนิดนี้จะมีการพัฒนาเทคนิคชั้นสูงที่เรียกว่า Hypermiling ” เพื่อช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่ดี ไม่เพียงแต่จะต้องทุ่มเทตะบี้ตะบันกันขับรอบสนามแข่งเป็นระยะทาง 500 ไมล์ หรือ ประมาณ  805 กิโลเมตร ( 1 ไมล์ = 1.609344 กิโลเมตร ) เพื่อตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะแล้ว ความนิยมที่มีต่อกีฬาชนิดนี้ก็ทำให้ผู้ชมขับรถเข้ามาชมที่สนามเป็นจำนวนมาก ซึ่งคำถามที่ตามมาคือ จำเป็นด้วยหรอที่จะต้องขับแข่งกันถึง 800 กว่ากิโล จริงอยู่ที่ว่าการขับรถเร็วๆมันก็ดูน่าตื่นเต้นดีหรอก แต่ในฐานะของคนดูแล้ว การนั่งดูรถ เฟี้ยว กันไป เฟี้ยว กันมานานๆก็สุดแสนจะน่าเบื่อเหมือนกัน นี้ยังไม่รวมถึงคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาจากการแข่งขัน ซึ่งจะดีกว่ารึเปล่า ถ้าลดระยะทางการแข่งขันลง ซึ่งจะช่วยลดทั้งพลังงานและความน่าเบื่อคะ

 4. Hunting and Blood Sports

ไม่รู้ใครกันแน่ ที่เริ่มเรียกการล่าสัตว์ว่าเป็นกีฬา แน่นอนว่าในโลกของความเป็นจริง สัตว์ใหญ่ย่อมกินสัตว์เล็ก ผู้ที่อ่อนแอย่อมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า แต่การฆ่าแกงกันของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์เพื่อการกีฬา ไม่เข้าข่ายในกรณีนี้ การล่าสัตว์เป็นการคุกคามสมดุลของระบบนิเวศวิทยา และบ่อยครั้งที่ทำให้เป็นอันตรายต่อประชากรของสัตว์บางชนิดคะ

5. Downhill Skiing / Snowboarding 

 คงไม่มีอะไรจะสุขเท่าได้เล่นสกีท่ามกลางหิมะขาว ภายใต้แสงแดดอบอุ่นคะ แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆก็คือ กีฬาชนิดนี้ไม่มีส่วนไหนที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเลย  ยังไม่นับผลกระทบจากการบุกรุกธรรมชาติเข้าไปสร้างสกีรีสอร์ท แต่สกีเป็นกีฬาที่ผลาญทรัพยากรเป็นจำนวนมากคะ โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทางที่จะต้องขับรถหรือบินข้ามประเทศเพื่อมาเล่น แต่ถ้าจะให้พูดถึงข้อดีละก็ การเล่นสกีและ snowboard ถือว่าเป็นกีฬาที่ดีที่สุดใน list  7 กีฬาร้าย ทำลายโลก นี้คะ เพราะรีสอร์ทส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะประหยัดพลังงานโดยใช้ renewable energy หรือ พลังงานหมุนเวียนกันอย่างเต็มที่  เช่นการใช้รถ carpool หรือก็คือกานั่งรถไปด้วยกันเมื่อไปทางเดียวกันคะ  

6. Drag Boat Racing (Motor Boat Racing) การแข่งลากเรือ

จริงๆแล้ว ถ้าไม่ได้ต้องเขียนบทความเรื่องนี้ เราคงไม่ได้รู้ว่ามีกีฬาชนิดนี้อยู่ในโลกด้วย ซึ่งวิธีการเล่นก็คือ การแล่นเรือด้วยความเร็วสูงไปตามแม่น้ำที่ยาวเหยียด แล้วพ่นก๊าซคาร์บอนไว้ด้านหลังเหมือนผายลมออกมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งถ้าเราพิจารณาเปรียบเทียบกีฬาชนิดนี้กีฬาฟุตบอลแล้ว กีฬา 2 อย่างนี้แทบจะแตกต่างกันอย่างสุดขั่ว ทั้งในเรื่องของความนิยมในตัวกีฬา  และจำนวนผู้เล่นที่จะได้รับประโยชน์จากความเพลิดเพลิน แต่สิ่งหนึ่งที่ 2 อย่างนี้เกือบจะเหมือนกันคือ จำนวนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาคะ                

 7. Aerobatics and Air Racing Aerobatics : แข่งขับเครื่องบิน

ใน list รายการทั้งหมด กีฬาชนิดนี้เป็นสุดยอดของความฟุ่มเฟื่อยล้างผลาญ  ซึ่งถึงแม้เราจะมีเครื่องบินที่ใช้พลังงาน Biofuels หรือ เชื้อเพลิงที่ได้จากมวลชีวภาพแล้วก็ตาม แต่มันคงก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ และคงจะมีอะไรจะเปลืองเท่าขับเครื่องบินแข่งกันแล้วละคะ