10 อันดับเครื่องวีดีโอเกมส์แย่ที่สุดตลอดกาล
โดย เมื่อ
มาอีกแล้วครับ กับการจัดอันดับของ PC World คราวนี้มาดู 10 อันดับเครื่องวีดีโอเกมส์ที่แย่ที่สุดตลอดกาลกัน แต่ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ที่บอกว่าแย่นั้นอาจจะไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี หรือมันไม่สนุก แต่การจะทำให้เครื่องวีดีโอเกมส์ประสบความสำเร็จนั้น มันต้องมีปัจจัยที่ต้องคำนึงหลายด้านด้วยกัน เช่น เกมส์อาจจะมีให้เล่นน้อย, รูปร่างเครื่องอาจจะไม่ชวนซื้อ หรือผู้คนอาจจะไม่ยอมรับกันดื้อๆซะงั้น ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเครื่องวีดีโอเกมส์เหล่านั้นกัน
10. Apple Pippin - เมื่อปี 1996 แอปเปิลได้ผลิตเครื่องเกมส์ในตำนานที่ชื่อว่า Pippin ขึ้นมา มันเป็นเครื่องเกมส์แรกๆที่เรียกว่าทำได้แทบทุกอย่าง ทั้งเล่นเกมส์ ทั้งเล่นเวป แถมมันน่าจะเล่นเกมส์ online ได้ด้วยเพราะมีโมเดม 14.4kbps ในตัว แต่ที่น่าเสียดายคือ ในสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่ได้พัฒนามารองรับการใช้งานในระดับนี้เท่าไหร่นัก จึงทำให้เครื่อง Pippin มีความเร็วแค่ 66MHz และราคาสูงถึง 600 เหรียญสหรัฐ (ค่าเงินตอนนั้นเท่าไหร่ไม่ทราบครับ) จึงกลายเป็นการเปิดตัวเครื่องเกมส์ที่ไม่มีตลาดมารองรับไป
9. Tiger Game.com - เมื่อปี 1990 บริษัท Tiger ได้เข้าร่วมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดย่อม ซึ่งตอนนั้นจอ LCD ขนาดเล็กของ Tiger ได้รับความนิยมมากทีเดียว และพอมาปี 1997 Tiger หวังครองตลาดเกมส์ แข่งกับ Nintendo Game Boy ที่ตอนนั้นกำลังได้รับความนิยมสูง โดยออกเจ้าเครื่อง Tiger Game.com นี้มาให้ทั้งเล่นเนตผ่านโมเดมได้ และเป็นหน้าจอขาวดำแบบระบบสัมผัส!! ถือเป็นเครื่องเกมส์ระบบจอสัมผัสเครื่องแรกของโลกเลยก็ว่าได้ แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นก็ไม่ได้รับความนิยม เพราะด้วยการทำเกมส์ที่ใช้ระบบสัมผัสในสมัยนั้นทำยากมาก ทำให้เกมส์มีน้อยสุดๆ และก็ปิดตัวไป
พอดีผมไปเจอพรีวิวเจ้าเครื่องนี้ที่ Live Spaces Blog ของคุณ ka-toa เข้า ซึ่งเขาได้ซื้อเครื่องจริงๆมาจาก Ebay ถ้าใครสนใจลองเข้าไปดูได้ที่ Blog ของคุณ ka-toa นะครับ (ขอบคุณคุณ ka-toa มากครับ )
8. Nokia N-Gage - เครื่องนี้ยังไม่เก่าเท่าไหร่ เพราะโนเกียเปิดตัว N-Gage ครั้งแรกในปี 2003 ที่นำเครื่องเกมส์และโทรศัพท์มือถือมารวมกัน ถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ที่ถูกใจวัยรุ่นมาก แต่สิ่งแย่ๆที่จะกล่าวถึงก็คือ N-Gage รุ่นแรกที่มีข้อผิดพลาดเรื่อง Hardware เยอะมาก ทั้งเรื่องตลาดเกมส์มีน้อย และเวลาเราคุยโทรศัพท์แทนที่มันจะอยู่ตรงด้านบนของเครื่อง กลับกลายไปอยู่ด้านสันของเครื่องแทน เลยกลายเป็นเหมือนเรากำลังจะเอามือถือมาสับเข้าที่หัวเราทีเดียว เลยกลายเป็นเครื่องเกมส์ที่ออกแบบยอดแย่ไป
7. Mattel Hyperscan - เป็นเครื่องเกมส์ที่แปลกและไม่เหมือนใคร เพราะเป็นเครื่องเกมส์แรกที่นำเทคโนโลยี RFID เข้ามาใช้ โดยวิธีการคือซื้อแผ่นซีดีเกมส์มาเล่นตามปรกติ แต่เมื่อเล่นถึงจุดหนึ่งเราจะสามารถเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นหลายๆอย่างในเกมส์ได้ ผ่านการ์ด RFID ที่มีขาย ยกตัวอย่างเล่นเกมส์ RPG เมื่อเล่นถึงเจอหัวหน้าด่าน เราจะสามารถใส่ RFID การ์ดที่ซื้อมาเพื่อเพิ่มอาวุธให้กับตัวละครได้ (เหมือนซื้อ Item ในเกมส์ online) แต่แล้วก็เพราะมันหยุมหยิมเรื่องการ์ด RFID มากเกินไป เลยทำให้เป็นเครื่องเกมส์ที่ไม่ได้รับความนิยมในที่สุด
6. Gakken TV Boy - เมื่อปี 1983 ที่ญี่ปุ่นมีการตื่นตัวด้านตลาดเกมส์พอสมควร ซึ่งเครื่องเกมส์ Gakken TV Boy ก็ถือว่าโชคดีที่ออกมาในช่วงนั้น แต่ที่โชคร้ายคือ Nintendo Famicom ก็เปิดตัวเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 เครื่องนั้นก็ใช้ตลับเกมส์เล่นเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่จอยบังครับของ Nintendo Famicom เป็น Joypad ปรกติ แต่ของ Gakken TV Boy กลับเป็น T-JoyStick แถมยังติดอยู่กับตัวเครื่องเล่นเลยเสียอีก หลายคนจึงมองว่ามันเป็นอะไรที่เล่นยากมากๆ จึงต้องถอนตัวจากตลาดเกมส์ไป
5. RDI Halcyon - เมื่อปี 1983 เกมส์ Arcade ที่ฮิตที่สุดในขณะนั้นคือเกมส์ Dragon's Lair มันเป็นเครื่องเกมส์ที่ใช้แผ่น Laser Disc ในการเล่น พอมาปี 1985 บริษัท RDI Video Systems ก็ได้ผลิตเครื่องเกมส์ในแนวเดียวกันนี้ออกมาคือ RDI Halcyon โดยเครื่องเกมส์นั้นเป็นการสั่งการด้วยเสียง คือการตอบคำถาม Yes No หรือ 1 2 3 ยกตัวอย่างเกมส์ Treasure Quest เริ่มต้นให้เราสั่ง 1 เพื่อเลือกตัวละครเป็นผู้ชาย หรือสั่ง 2 เพื่อเลือกตัวละครเป็นผู้หญิง ฟังดูแล้วมันน่าจะประสบความสำเร็จในช่วงนั้น แต่สิ่งที่ทำให้เครื่องเกมส์นี้ติดอันดับเครื่องเกมส์ยอดแย่ก็เพราะ มันมีราคาสูงถึง 2,500 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าเทียบค่าเงินสมัยนั้นกับสมัยนี้จะเท่ากับ 5,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว และถ้าใครจำได้ว่าช่วงปี 1985-1990 ตลาดเครื่องเกมส์นั้นเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากๆ
4. Philips CD-i - อธิบายก่อนว่าเครื่องเล่น CD-i (Compact Disc - interactive) หมายถึงเครื่องเล่นที่มีการกำหนดมาตรฐานของตัวเอง ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เช่นพวกฟอร์เมทไฟล์และวิธีการบีบอัดข้อมูล ซึ่งในช่วงต้นปี 1990 มีผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามสร้างมาตรฐาน CD-i ของตนขึ้นมา เพื่อเลี่ยงปัญหาการแข่งขันกับบริษัท Nintendo และเมื่อบริษัท Philips ได้สร้าง CD-i ขึ้นมานั้นก็ถือว่าเป็นที่ฮือฮา แต่ความนิยมกลับลดลงทันที เพราะด้วยเป็นเครื่องเกมส์ที่การออกแบบที่ไม่ดีเท่าไหร่ ทั้งตัวเครื่องและตัวคอนโทรล และเพราะด้วยมาตรฐาน CD-i จึงทำให้การพัฒนาเกมส์ออกมานั้นเป็นไปได้ยากทีเดียว
3. Tandy/Memorex VIS - หลังจากที่ Philips CD-i ได้ออกมาให้เป็นแนวทางให้กับผู้ผลิตเกมส์บน Compact Disc มากขึ้น ทำให้ระบบการเล่นเกมส์นั้นพัฒนาจนเป็น Video Information System (VIS) อีกทั้งในช่วงนั้นระบบการเล่นเกมส์แบบหลายคนก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้บริษัท Tandy ลงมาร่วมกลุ่มผลิตเครื่องเกมส์ VIS บ้าง แต่น่าเสียดายที่กลับทำเครื่องเกมส์ออกมาให้ทำงานอยู่ใน Windows 3.1 ซึ่งทั้งรองรับการทำงานได้น้อย และก็ยังถือว่ามันโบราณอยู่ดีถึงแม้อยู่ในสมัยนั้นก็ตาม ที่น่าสนใจสำหรับเครื่องเกมส์นี้คือ จอยเกมส์เป็นแบบไร้สายครับ
2. Tiger Telematics Gizmondo - หลังจากที่ Tiger Game.com ล้มเหลวไปเมื่อ 1997 เมื่อไม่นานนี้ปี 2005 ก็ออกเจ้า Gizmondo มาอย่างไม่หวั่นเกรง แต่ด้วยความที่ชื่อเสียงนั้นแย่มาก ทำให้การทำการตลาดเกมส์ของบริษัท Tiger ดิ่งลงเหว และเกมส์ที่ออกมาจึงมีน้อยมากๆ ซึ่งทาง PCworld กล่าวไว้เสียหายพอสมควรว่า "Abysmal games and Dumb name"
1. RCA Studio II - เป็นเครื่องเกมส์ที่ 2 ที่ใช้ตลับเกมส์เล่น ออกขายเมื่อปี 1977 (เก่าชิบเป๋ง ใครเกิดทันบ้าง??) เครื่องแรกคือ Fairchild Channel F (??) ส่วนเครื่องที่ 3 คือ Atari ถือว่า RCA Studio II เป็นเครื่องเกมส์ที่มาถูกทาง แต่เพี้ยนที่สุด เพราะปุ่มบังคับมันติดอยู่ที่ตัวเครื่อง และเป็นแค่ Keypads ที่มีแต่ตัวเลข 2 ฝั่งเท่านั้น ซึ่งดูแล้วมันคงไม่มีเกมส์อะไรให้เล่นได้เท่าไหร่ แถมเครื่องเกมส์อื่นที่ออกมาในช่วงนั้น ก็ทำออกมาได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น Atari เป็นเกมส์สี แต่ RCA Studio II เป็นขาวดำ และเรื่องลึกลับของ RCA Studio II คือมันไม่เคยมี RCA Studio I มาก่อน และจนบัดนี้ยังไม่มีใครทราบว่ามันหายไปไหนกันแน่
ก่อนจะจบการจัดอันดับ ต้องขอบอกผู้อ่านปิดท้ายเล็กน้อยว่า บางเครื่องเกมส์นั้นผมก็แทบไม่เคยได้ยินชื่อเลย จึงทำให้ขาดความรู้ไปบ้าง แต่ก็พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้องมากที่สุดนะครับ และถ้ามันผิดพลาดอย่างไรก็ช่วยคอมเม้นแก้ไขกันมาด้วยละกัน













