ไอบีเอ็มเปิดศูนย์วิจัยแห่งใหม่ที่เซี่ยงไฮ้
โดย เมื่อ
ไอบีเอ็ม (IBM) เปิดศูนย์วิจัยแห่งที่สองที่เซี่ยงไฮ้ เน้นพัฒนาเรื่องเว็บเซอร์วิส (Web Service) และการประมวลผลกลุ่มเมฆหรือคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) หวังให้ลูกค้าไอบีเอ็มเข้าถึงนักวิจัยไอบีเอ็มได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในเซี่ยงไฮ้ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งงานวิจัยจะเน้น 3 เรื่อง หนึ่งคือเน็ตเวิร์กและเทเลคอม สองคือ Human Centrix Technology เช่น เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และการทำเวอร์ชวลไลเซชัน สามคือเทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร โดยไอบีเอ็มระบุว่า ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยในจีนเพิ่มหลักสูตรสาขาวิชา Service Science, management and Engineering (SSME) หรือสาขาวิชาวิศวกรรมการจัดการวิทยาศาสตร์การบริการด้วย สาขาวิชาดังกล่าวเป็นสาขาวิชาใหม่ที่ไอบีเอ็มออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในจีนให้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ การวิจัย การกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ การจัดการ การสื่อสาร และกฎหมาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไอบีเอ็มต้องการสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่องานบริการแก่ธุรกิจทั่วโลก
ศูนย์วิจัยแห่งใหม่ของไอบีเอ็มตั้งขึ้นใน Zhangjiang Hi-Tech Park ทางตะวันออกของเขต Pudong ในเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยนักวิจัยถึง 100 คน (ราวครึ่งหนึ่งของศูนย์วิจัยไอบีเอ็มในกรุงปักกิ่งที่มีนักวิจัยทั้งสิ้นราว 200 คน) เป้าหมายอีกอย่างของการตั้งศูนย์นี้คือการดึงหัวกะทิมังกรที่อาศัยอยู่ทางใต้ของประเทศ
ประเทศไทยอาจมองว่าการลงทุนเรื่องงานวิจัยนั้นมีการลงทุนที่สูงมากแต่เมื่อเทียบกับ ไอบีเอ็มที่ใช้เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาราว 6 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และมีนักวิจัยในเครือข่ายราว 3,000 คนทั่วโลก ก็ถือได้ว่าน่าอิจฉาการจับมือกันของทั้ง2ประเทศนี้มาก และหวังว่าอนาคตน่าจะมีบริษัทไหน "ยอม" มาลงทุนกับประเทศไทยบ้างก็ดีนะครับ



