แอฟริกาใต้เปิดยิ่งใหญ่ ประเดิมเจ๊าจังโก้ 1-1 ความมันส์ระดับโลกเริ่มขึ้นแล้ว
โดย เมื่อ
ผ่านพ้นไป 2 วันแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย และเจ้าภาพแอฟริกาใต้ที่เป็นดินแดนแห่งกาฬทวีปนั้นก็จัดพิธีเปิดออกมาได้ดีและไม่น้อยหน้าชาติอื่นๆ ทีเดียว วันนี้เรามาอัฟเดตความเคลื่อนไหวกันสักเล็กน้อย เกี่ยวกับผลการแข่งขันค่ะ
5 คู่ 10 ทีม 7 ประตู ใน 2 วัน ก็นับว่าไม่จืดชืดค่ะ แม้ว่าอาจจะมีบางทีมที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวัง แต่ก็ยังมีอีกบางทีมที่โดดเด่นออกมาจนทำให้แฟนๆชาวไทยต้องติดตามเส้นทางของทีมเหล่านั้นกันอย่างใกล้ชิด เริ่มจากเจ้าภาพ เปิดเกมได้ดีในครึ่งแรกโชว์ฟอร์มสมราคาและไม่ทำให้แฟนผิดหวังเมื่อออกนำไปก่อนจากจังหวะโต้กลับเร็วในนาทีที่ 55 ของเกม ซึ่งเป็นประตูแรกของเวิล์ดคัพ 2010 จากฝีเท้าของ ซิมฟิเว่ ชาบาลาล่า กองกลางจากสโมสรไกเซอร์ ชีฟ ในลีกแอฟริกาใต้ แต่แล้วเจ้าภาพกลับต้องชวด 3 แต้มไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อในช่วงก่อนหมดเวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น จากจังหวะตักบอลหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางซ้ายของอันเดรส กัวร์ดาโด้ กองกลางจาก ลา คอรุนญ่า บอลเลยไปหมดแต่ไปตกใส่เท้าของ ราฟาเอล มาเกวซ ปราการหลังของบาร์ซ่าที่เติมเกมขึ้นมาถึงหน้าประตู และอาศัยความนิ่งยิงผ่านมือคูเน่นายทวารของเจ้าภาพเข้าไปกลายเป็น 1-1 และจบลงด้วยการแบ่งกันไปคนละ 1 แต้ม
ถัดมาเป็นคู่ดึก ตี 1 ครึ่ง ยังอยู่ที่กลุ่ม A ฝรั่งเศส ชื่อชั้นดีกว่าเพราะถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 9 ของฟีฟ่า พบกับ อุรุกวัย ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 18 เกมขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดมีถึง 6 ใบเหลืองและ 1 ใบแดงโดยผู้โชคดีคือ นิโคลัส โลเดโร่ มิดฟิลด์ตัวสำรองของอุรุกวัยโดนใบเหลือง-ใบแดง ถูกไล่ออกในนาทีที่ 81 เป็นแดงแรกใน เวิล์ดคัพ 2010 แต่สรุปแล้วทั้ง 2 ทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม ทำให้ตอนนี้ ทั้ง 4 ทีมของกลุ่มเอ คะแนนเท่ากันคือ 1 แต้ม แต่ผลต่างประตูได้เสีย แอฟริกาใต้เจ้าภาพ และแม็กซิโก มีกันคนละ 1 ได้ และ 1 เสีย
ถัดมาอีกเป็นเกมในกลุ่ม B เกาหลีใต้ทีมที่ถูกจัดเป็นม้านอกสายตา จัดการกับกรีซเสียอยู่หมัดด้วยสกอร์ 2-0 เก็บ 3 แต้มไปได้อย่างประทับใจแฟนบอล นัดนี้เด็กผี ปาร์ค จี ซอง นอกจากได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติแล้วยังโชว์สปีดลากเข้าไปยิงประตูที่ 2 ของทีมได้ และยังได้รับเลือกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย คงไม่ต้องบอกถึงฟอร์มของเกาหลีใต้ในตอนนี้ เพราะถ้าใครได้ดูก็คงจะประทับใจในความขยันและทีมเวิร์กไม่ต่างกัน สิ่งที่รอดูก็คือพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในเวทีนี้ แต่ในฐานะของคนเอเชียด้วยกันก็สนับสนุนเกาหลีใต้เต็มที่ค่ะ
คู่ 3 ทุ่มเป็นคิวของอาร์เจนติน่า ภายใต้การคุมทีมของ "เสือเตี้ยดิเอโก มาราโดน่า" ตำนานคนหนึ่งของทีมฟ้าขาว พบกับ "อินทรีย์มรกต ไนจีเรีย" นัดนี้หลายเกจิบอกว่าไม่ต่ำกว่า 2 ประตูแน่นอน แต่สกอร์จริงๆกลับเป็น 1-0 จากโลกโหม่งของ กาเบรียล ไอน์เซ่ กองหลังจากสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย
สรุปคะแนนในกลุ่ม B หลังจากแข่งกันไปคนละ 1 นัด ทีมนำกลายเป็นเกาหลีใต้ จากทวีปเอเซีย ที่มี 3 คะแนนและประตูได้ 2 ประตู ถัดมาเป็นอาร์เจนติน่า 3 คะแนนเท่ากัน แต่ยิงได้ 1 ไนจีเรีย อยู่อันดับ 3 และเทพนิยาย กรีซ รั้งท้ายตาราง
คู่ดึก ตี 1 ครึ่ง เป็นอีกคู่ที่แฟนบอลชาวไทยให้ความสนใจมากที่สุดก็ว่าได้ เป็นการพบกันเกมแรกในกลุ่ม C ทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโลพบกับสหรัฐอเมริกา ก่อนเริ่มเกมหลายคนบอกว่าน่าจะเป็นอังกฤษที่เก็บ 3 แต้มได้ แต่ก็ไม่ควรประมาท เปิดเกมมาได้แค่ 4 นาทีสตีเฟ่น เจอร์ราดกัปตันทีมคนใหม่เปิดสกอร์ได้ตั้งแต่ต้นหลังรับบอลจากเอมิล เฮสกีย์ และยิงเข้าไปอย่างใจเย็นเป็นประตูเบิกร่องและเรียกขวัญกำลังใจให้กับลูกทีม แต่แล้วในนาทีที่ 41 เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น และเคราะห์กรรมมาตกที่โรเบิร์ต กรีน นายทวารของอังกฤษที่เจอพิษสงของจาบูลานี่เป็นคนแรก เมื่อ คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์ กองกลางจากฟูแล่ม ของอเมริกายิงเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษบอลไม่แรงแต่ส่าย และ โรเบิร์ต กรีน รับบอลได้แต่กระฉอกปลิ้นหลุดจากมือ กลิ้งเข้าประตูไป แม้จะตามไปตะครุบแต่ก็ไม่ทัน ทำให้จบเกมผลออกมาเสมอกัน 1-1
สำหรับเย็นนี้ 18 .30 น.เป็นคิวของอีก 2 ทีมในกลุ่ม C ได้แก่ แอลจีเรียและสโลวีเนีย ถ้าผลออกมาเสมออีกก็ต้องไปลุ้นกันในเกมที่ 2 และ 3 ซึ่งไม่ใช่งานง่ายของทั้ง 2 ทีม ดังนั้นนัดนี้น่าจะมีสกอร์และผลน่าจะชนะหรือแพ้เท่านั้นค่ะ
20.30 น. เกมในกลุ่ม D เซอร์เบีย พบ กาน่า และ
01.30 น. กลุ่ม D เช่นกัน เยอรมัน พบ ออสเตรเลีย
ดูบอลให้สนุก ต้องไม่มีการพนันนะคะ ^^



