เก็บตกงาน Commart CEmart 2011

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน Commart CEMart 2011 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ ซึ่งพวกเรา Blogger ของกองบัญชาการเป็ดเองก็ไม่พลาดงานนี้เช่นกัน โดยผม Sum1 และคุณ Puchong ได้ไปเดินเล่นชมงานนี้กันมา และเก็บตกภาพ Gadget ที่น่าสนใจในหลายๆส่วน มาให้ชมแบบง่ายๆไม่เครียส สำหรับคนที่พลาดงานนี้กันครับ โดยหลักๆในงานนี้คงหนีไม่พ้น Tablet จากค่าย Apple อย่าง iPad 2 ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จองกันไปเท่าไหร่ก็ขายหมดเกลี้ยง ส่วนอื่นๆก็เป็นพวกขาประจำอย่าง Notebook และ Accessories ของ Tablet ทั้งหลายนั้นเองครับ

สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือ iPad2 Case ซึ่งคุณ Puchong ได้เคยนำเสนอไปทีแล้วใน รวม iPad 2 Case ที่น่าสนใจ กว่า 30 แบบ แต่ทั้งหมดนั้นต้องสั่งซื้อผ่านทางเว็บ ซึ่งบางท่านอาจจะไม่สะดวก เท่าไหร่ ผมเลยคัด Case iPad2 เฉพาะที่น่าสนใจๆและสามารถหาซื้อได้ในงานนี้มาให้ดูกันอีกที

เริ่มต้นด้วย Case แบบ Classic เป็นแบบที่นิยมกันใน iPad1 และแบบที่คล้ายกับ Smart Cover ใน iPad2 แต่มีฝาหลังเป็นหนัง ซึ่งจากที่หลายคนลองตั้งใช้งาน Smart Cover ใน iPad2 แล้วจะทราบดีว่า มันตั้งแบบในรูปได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมันจิ้มๆไปสักพักมันจะหงายหลังทุกที ส่วนราคาก็ 1,800 กับ 2,200 ครับ

อันนี้มาแบบมีหูหิ้ว ทำให้ iPad2 เหมือนกระเป๋าอีกใบไปเลย (สีขาวดูดีมากครับ แต่แพงไปนิด 2,200 แหนะ)

ใครที่มี iPad ไว้เล่นเกมส์ ก็ต้อง Case นี้เลย Angry Birds Case ของแท้ จาก Gear4 แต่มีแต่ฝาหลังนะครับ ส่วนราคาจำไม่ได้ เห็นบอก 1600 มั้ง

แต่ถ้าชอบแบบบางๆใสๆ ก็ฝาหลังตัวนี้เลยครับ 0.9 มิลลิเมตรเท่านั้น แถมใช้คู่กับ Smart Cover ได้ด้วย ราคาก็เบาๆ 1,300 นิดๆ

เห็นทีแรกตกใจ!! เฮ๊ยนี้มันเคสแน่ใจเรอะ!!

เป็นฟองน้ำนูนแบบหลังเต่าขึ้นมาที่ด้านหลัง เอาไว้กลิ้งไปมาได้ 180 องศากันไปเลย ข้อดีคนขายเขาบอกว่า "มันวางบนตักแล้วสบายจริงๆ!!" หาซื้อได้ที่ร้าน barba ครับ

โดยร้าน barba store ก็มาเปิดหน้าร้านกันครั้งแรกในงานนี้เช่นกันครับ

ภายในร้านก็ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจๆอีก เช่น เคส iPhone4 ของยี่ห้อ Draco และ Vapor4 ที่สวยงามสุดๆและหาซื้อยากอยู่พอสมควร เพราะเมื่อก่อนต้องสั่งซื้อทางเว็บหรือไม่ก็หิ้วกันเข้ามา ซึ่งผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ Vapor4 อยู่เช่นกัน

วัสดุเป็นอลูมิเนียม มีน้ำหนักเบาและทนทานทั้งคู่ แต่ทางของ Draco (ฝั่งซ้าย) จะดูเพรียวและเบากว่า แต่อาจจะไม่ทนเท่า Vapor4 เพราะ Vapor4 นั้นวัสดุค่อนข้างหนา ซึ่งผมเองก็ทำหล่นไปแล้ว 2 รอบ แต่ยังไม่มีรอยใดๆเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง iPhone 4 เลยครับ

สนนราคาเลขกลับกันเลยครับ Draco 2,961 บาท และ Vapor4  2,691 บาท ครับ

อย่างที่สองที่เราสนใจก็คือ ICONIA Tab A500 Tablet ตัวเก่งจาก Acer ที่บูทอยู่หน้างานเลย จับแล้ววัสดุดีมาก และน้ำหนักเบาใช้ได้เลย

ด้านข้างมีพอร์ต HDMI มาให้สำหรับต่อขึ้นมอนิเตอร์ใหญ่ๆได้

ด้านบนสามารถใส่ Micro SD Card ได้ถึงสองการ์ดด้วยกันครับ

ด้านล่างเป็นที่เสียบสายชาร์จและต่อ Dock ได้

อีกข้างหนึ่งมีพอร์ต Micro USB เพื่อที่จะสามารถ Sync ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ได้

ทดลองกล้อง มีความไวในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ สามารถตั้ง White Balance ได้ด้วยครับ ชอบตรงนี้มาก

Acer ICONIA Tab A500 เป็นแอนดรอยด์ 3.0.1 Honeycomb ครับ

คลิปวีดีโอทดลองเล่น ICONIA Tab A500 ดูแล้วมันก็ลื่นดีใช้ได้ แม้บางช่วงอาจจะมีสะดุดไปบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าเสถียรดีครับ

เดินไปสักพักก็เจอ Tablet อีกตัว นี้คือ Archos A7 และ A10 Tablet ขนาด 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว ที่ราคาไม่แพง และใช้แอนดรอยด์ 2.3.3

แต่จากที่ลองคลำๆ วัสดุไม่ได้ดีมาก แค่พอถูไุถ ส่วนที่รู้สึกตะหงิดๆคือ A10 ดูเหมือนจะมี Contrast ที่จอภาพน้อยกว่า A7 ครับ

ราคาในงานก็ตามป้ายเลยครับ แต่ตอนนี้จบงานไปแล้ว เลยไม่แน่ใจว่าราคาจะตามนี้อยู่หรือเปล่านะครับ

เดินไปอีกไม่ไกลก็เจอ Tablet ที่ดูแ้ล้วไม่ค่อยเกาะกระแสเหมือนชาวบ้านเขาเท่าไหร่ แต่ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน นั้นคือของ Gigabyte

จุดเด่นของตัวนี้ที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านก็คือ เป็น CPU Atom N570 DuoCore ตัวใหม่ล่าสุด และใช้ OS เป็น Windows 7 เลย (ไม่ใช่ Windows Phone 7)

มีพอร์ต USB 3.0 (โหล้ำ!!) ช่องต่อจอ VGA ช่องระบายความร้อน และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งทางร้านบอกใช้ 3G ได้ แต่ไม่แน่ใจเรื่องความถี่ 3G ในบ้านเราว่่าจะใช้ได้ไหม เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน (ใหม่จัด)

สนนราคา 17,500 บาทครับ

Gigabyte อีกตัวที่วางข้างๆกัน (จำชื่อรุ่นไม่ได้) ตัวนี้เรียกว่าเป็นต้นกำเนิด Tablet เลยก็ว่าได้ มันคือโน๊ตบุ๊คที่สามารถหมุนจอให้กลายเป็น Tablet ได้ ซึ่งเมื่อก่อนเราจะเรียกคอมประเภทนี้ว่า Tablet กันเลยแหละ แต่ตอนนี้มันพัฒนาไปไกลแล้ว โดย Gigabyte ตัวนี้ก็ใช้ CPU ถึง Core i5 ทีเดียว รับรองไวปรี๊ดแน่ๆ

เอาหละ มาถึงตรงนี้ Tablet เด็ดๆก็หมดละ ผมส่งไม้ต่อให้คุณ Puchong พาไปดูของแพงๆบ้าง

ครับ Puchong ครับ อย่างที่ทราบกันว่างาน CEMart 2011 นี้มันดันไปจัดใกล้กับงาน Mobile Expo 2011 ที่กำลังจะเริ่มในต้นเดือนหน้านี้ ทำให้ทางร้านค้าใหญ่ๆหลายร้านที่กำลังอยู่ในภาวะรัดเข็มขัด ต้องเลือกที่จะมุ่งไปงานใดงานหนึ่ง ซึ่งก็คืองานหลังนั้นเอง งาน CEMart 2011 นี้เลยดูร้านค้าและคนเดินน้อยไปนิด แต่กระนั้น การที่ร้านน้อยคนน้อยก็ดีไปอย่าง คือผมกลับได้รับบริการที่ดีขึ้น ทำให้ผมสามารถพูดคุยและลองเล่นอุปกรณ์ตัวใหม่ๆมาได้เยอะพอสมควรเหมือนกัน ไปดูกันครับ

ของแพงอันแรกที่อยากเสนอ Sony Bravia Internet TV!! ที่กำลังโฆษณากันอย่างครึกโครม ซึ่งตอนนี้ก็มีจำหน่ายแล้วเช่นกันครับ แต่ถ้าใครยังไม่ได้เห็นโฆษณานี้หละก็ ลองเปิด FuKDuK TV ตอนล่าสุดดูนะครับ เราจะมีโฆษณาตัวนี้ลงในรายการให้แล้ว

เหย!? เมนูภาษาไทย แถมมีอัพเดทซอร์ฟแวร์ด้วย เด็ดจริง!!

สำหรับตัวท็อป หน้าจอขนาด 55 นิ้ว บอกได้เลยครับว่า แร๊งงงงงง!! สนนราคา 119,990 บาท เท่านั้นเอง cool

สามารถต่อ Webcam (ซื้อแยก) เพื่อมาเล่น Skype ได้ครับ

ชมทีวีไปพร้อมกับเล่น Twitter ก็ได้ โดยตัวทีวีนั้นรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ WiFi และสาย LAN  แต่ยังไม่สามารถใช้งานภาษาไทยได้นะครับ crying

และนอกจาก Bravia Internet TV แล้วยังมีทีวีอีกตัวที่ผมสนใจเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าผมสนใจในตัวทีวีได้หรือเปล่า นั้นคือ LG LW6500 จอภาพขนาด 42 นิ้ว แบบ Passive แสดงผลสามมิติได้

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมสนใจสาวๆในวีดีโอนะครับ ผมสนใจที่ตัวแว่นที่มากับทีวีรุ่นนี้ต่างหาก เพราะมันไม่ต้องใส่ถ่าน!! ไม่ต้องซิงค์กับตัวทีวี!! ทำให้น้ำหนักมันเบามากๆ แถมภาพที่ออกมายังได้ระดับความลึกของระบบสามมิติที่ชัดเจนดีมากๆอีก เล่นเอาผมอยากสอยไปใช้ที่บ้านจริงๆเลย

แว่นสำหรับชมภาพ 3 มิติ ที่มาพร้อมกับ LG LW6500 บางและเบาจริงๆครับ

ไหนๆคนก็น้อย เลยถ่ายคลิปวีดีโอมาให้ชมกันซะเลย ลองสังเกตุความชัดของภาพ ระหว่างในกรอบแว่นและจอทีวีนะครับ (อย่าดูสาวๆเพลินหละ) แต่ส่วนความลึกของระบบสามมิตินั้นอาจจะต้องสังเกตุเยอะนิดหน่อย เพราะกล้องวีดีโอถ่ายติดระบบนี้ยากมาก

สุดท้ายก่อนกลับ ผมมาจบลงที่ร้านเนี๊ย ตัวแทนจำหน่าย Logitech ครับ และอุปกรณ์แรกที่ผมใคร่อยากรู้ราคาก็คือ C910 ที่ตอนนี้เรากำลังหาผู้ร่วมสนับสนุน เพื่อซื้อกล้องนี้ไปใช้ใน FuKDuK Live กันนั้นเองครับ

ราคานอกงานกับในงานไม่ต่างกันมากครับ แค่ 3,190 เอง ชิลๆ....

นอกเหนือจากกล้องแล้ว ตัวอื่นก็น่าสนใจเหมือนกัน K/B G19 และ G510 ที่เพิ่งมาสดๆร้อนๆเลย

จบด้วยหูฟัง 7.1 แบบไร้สาย (ตัวเก่าไม่ไร้สาย) เห็นแล้วน้ำลายหยดเลยทีเดียว