ฮูลิแกนเมืองไทยงานเข้าแล้วไง
โดย เมื่อ
จากข่าวคราวความวุ่นวายในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาระหว่าง ชลบุรี เอฟซี (ที่ 2 ของตาราง) เปิดสนามสิรินธรต้อนรับทีมอันดับ 15 จุฬา ยูไนเต็ด ซึ่งฉลามชลทำได้แค่เสมอไป 2-2 ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกเลือนลางเข้าไปทุกที ซึ่งหลังจบเกมส์มีแฟนบอลทีมเจ้าบ้านกลุ่มใหญ่ไปล้อมห้องผู้ตัดสิน และทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าว-ช่างภาพของสถานีกีฬาช่องหนึ่ง
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) นายไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าว และช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้เปิดแถลงข่าว ในงาน “มีต เดอะ เพรส” ที่ห้องประชุมสมาคมนักข่าว และช่างภาพฯ ถึงกรณีดังกล่าว ว่าถือเป็นการ “คุกคามสื่อ” ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือเปิดผนึกกับทาง “นายกยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
จากนั้น "บังยี" ได้เปิดห้องประชุมที่สมาคมฟุตบอลฯร่วมกับ นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ และ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานกรรมการบริษัท ไทย พรีเมียร์ลีก ซึ่งได้มีมติให้ ชลบุรี เอฟซี หมดสิทธิ์ใช้สนามสิรินธร ภายใน ร.ร.อัสสัมชันศรีราชา เป็นสนามเหย้าในนัดส่งท้ายฤดูกาลที่จะลงฟาดแข้งกับ การท่าเรือไทย เอฟซี วันที่ 18 ต.ค. นี้ โดยจะให้ย้ายไปใช้สนามศุภชลาศัยแทน
ในส่วนของแฟนบอลนั้น ทางนายกสมาคมลูกหนังไทย ยังให้โอกาสในเกมที่ ชลบุรี เอฟซี จะยกพลไปเยือน ราชนาวีระยอง ในวันอาทิตย์ ที่ 11 ต.ค. นี้ หากยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก ก็จะห้ามแฟนบอลของชลบุรีเข้าไปเชียร์ในนัดสุดท้ายอีกด้วย
ทางด้านสโมสรชลบุรี เอฟซี โดยนายอรรณนพ สิงโตทอง ผู้จัดการทีมก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบจากเหตุดังกล่าวโดยการส่งจดหมายแสดงความขอโทษไปยังสื่อมวลชลสายกีฬาทุกแขนง โดยบอกว่าทางสโมสรรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความรับผิดชอบทั้งหมดในทุกกรณี โดยยินดียอมรับคำตัดสินและบทลงโทษของ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งดูแลรับผิดชอบการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกทุกประการ และพร้อมช่วยกำจัดแฟนบอลอัธพาลให้หมดไปจากวงการลูกหนัง โดยสโมสรจะทำการลงโทษแฟนบอลที่ก่อเรื่องดังกล่าว ด้วยการห้ามเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ทีมชลบุรี เอฟซีเป็นเจ้าบ้านตลอดชีวิต ส่วนในด้านคดี ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธร ศรีราชา ก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ทางด้านโปรแกรมการแข่งขันเหลืออีก 2 นัดก็จะปิดดูกาลค่ะ กิเลนผยอง เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงของตารางวัน อาทิตย์ที่ 11 นี้จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมพลังเอ็ม โอสถสภา โดยนัดนี้ถ้ากิเลนเก็บ 3 แต้มได้ก็จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้แน่นอนค่ะ
นายอรรถพล บุษปาคม ผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีมเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด บอกว่านัดนี้ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือถูกแบน จึงจัดทัพชุดใหญ่ ตัวหลักทั้งคู่กองหน้าธีรเทพ วิโนทัย,ธีรศิล แดงดา กองกลางจอมยิงยาย่า และปราการหลังจอมแกร่งอย่างณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ มากันพร้อมหน้าหวังคว้าแชมป์ให้ได้ภายในนัดนี้ค่ะ
ทางด้าน นายธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์ ผู้จัดการทีม โอสถสภา เอ็ม-150 เผยว่าทางด้านทีมใตอนนี้อยู่อันดับที่ 5 ของตาราง เหลืออีก 2 นัดจึงหมดสิมธิ์ลุ้นแชมป์แล้วเรื่องผลการแข่งขันไม่มีผลกับทีมมากนัก ดังนั้นน่าจะดร็อปผู้เล่นหลักไว้ เพื่อไปลุ้นถ้วย เอฟ เอ คัพ ที่เคยยกเลิกไปในปี 2542 (ภายหลังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยให้มีการจัดการแข่งขันขึ้นมาอีกครั้งในชื่อ ไทยคม เอฟเอคัพ 2552)
แต่อย่างไรก็ดีการพบกับเมืองทองฯในวันอาทิตย์นี้โดยส่วนตัวคิดว่าทีมตัวสำรองของ "พลังเอ็ม" จะต้องเค้นฟอร์มกันอย่างเต็มที่แน่นอนค่ะเพื่อโอกาสที่จะติดตัวจริงในฤดูกาลหน้า ดังนั้นแม้ในเรื่องของนักเตะจะเป็นรองแต่ก็เชื่อว่าน่าจะพยายามรักษาอันดับไว้ หรืออย่างน้อยก็ยันเสมอและแบ่งไปคนละ 1 แต้ม
หมายเหตุ***ภาพประกอบมาจากเว็บไซต์ http://www.chonburifc.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลักของสโมสร ชลบุรี เอฟซี บุคคลในภาพทั้งหมดเป็นเพียงแฟนบอลของสโมสร มิใช่ผู้ก่อเหตุ
via : http://www.thairath.co.th , http://www.rakball.net , http://www.chonburifc.net , http://www.mtufc.net , http://www.osotspa-m-150fc.com



