สิงโตติดปีกแล้วจ้า
โดย เมื่อ
เมื่อคืนใครได้ดูก็คงจะทราบผลไปแล้ว สิงโตคำรามอังกฤษเปิดสนามเวมบลีย์ไล่ถล่มคู่แข่งโครเอเชียไปราบคาบ 5-1 จาก แฟรงค์ แลมพาร์ด,สตีเวน เจอรร์ราดและเวย์น รูนีย์
ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นทีมชาติอังกฤษยิงเป็นสลุตเช่นนี้แม้จะเล่นในบ้าน ก็ตามที่ แต่ในยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล คงไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป
ที่ สนามเวมบลีย์ ลอนดอนประเทศอังกฤษ แฟนบอลเข้ามาเชียร์เต็มความจุ 87,319 ที่นั่งและแฟรงค์ แลมพาร์ดเบิกสกอร์แรกด้วยการสังหารจุดโทษหลังจากที่ อาร์รอน เลนนอน ถูกรวบล้มในเขตในนาทีที่ 6 เท่านั้น เจ้าบ้านออกนำไปก่อน 1-0
ถัดมาอีก 10 นาทีอาร์รอน เลนนอน เปิดบอลจากกราบขวาโยนยาวไปที่เสาสองให้ สตีเวน เจอร์ราดพุ่งโขกย้อนมุดเสียบเสาหนึ่งอย่างสวยงามสุดปัญญาที่เวดราน รุนเย่นายทวารของโครแอตจะเซฟได อังกฤษขยับสกอร์ออกไปเป็น 2-0 จบครึ่งแรกไปที่สกอร์นี้
ครึ่งหลังในนาทีที่ 55 ทีมเยือนน่าจะได้จุดโทษตีตื้นเมื่อเกล็น จอห์นสันกระโดดชิงจังหวะแย่งโหม่งโดยกดหัวเอดูเอโด ดาซิลวา คอแทบหักที่หน้าประตูตัวเอง แต่ผู้ตัดสินยังยืนนิ่ง
จากนั้นทีมตรา หมากรุกกลับต้องเสียประตูเพิ่มในนาทีที่ 59 จากการประสานงานของสองผู้เล่นจากลิเวอร์พูล สตีเวน เจอร์ราดแทงบอลทะลุไปกราบขวาให้เกล็น จอห์นสันเปิดไปหน้าประตูและเป็นแพรงค์แลมพาร์ดที่เข้าฮอสจังหวะนี้พอดียืน โหม่งเหน่งๆเข้าไปเป็น 3-0 และเจอร์เมน เดโฟถูกส่งลงมาแทนเอมิล เฮสกีย์ในช่วงนี้
ยิ่งเล่นยิ่งคึกเมื่อนาที 67 เวนย์ รูนีย์ โชว์ความขยันวิ่งไปเก็บบอลที่เกือบจะออกหลังอยู่แล้วตวัดเข้ามาหน้าประตู เจอร์ราดกำลังดายหญ้าอยู่แถวนั้นพอดีก็เลยลุกขึ้นโหม่งเสียบใต้คานไปอย่าง สุดสวยสิงโตนำห่างไปอีกเป็น 4-0
จากนั้นอังกฤษเริ่มผ่อนเกมส์ลงเพราะ คิดว่าได้ตั๋วไปแอฟริกาแน่นอนแล้วจนกระทั่งในนาที 72 ก็ถูกตีไข่แตกจนได้จากผลงานของ เอดูเอโด ดา ซิลวา กองหน้าจากอาร์เซนอล ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีถัดมา โครเอเชียไล่มาเป็น 4-1
5 นาทีถัดมาเจ้าถิ่นได้ประตูเพิ่มจาดความผิดพลาดของ เวดราน รุนเย่ ผู้รักษาประตูของโครเอเชีย ที่เปิดบอลผิดจังหวะมาเข้าทาง เวนย์ รูนี่ย์ แบบส้มหล่นหมูพลิ้วคือกองหน้าอาชีพโดยแท้ซัดเปรี้ยงเดียว ตุงตาข่าย จบเกมส์ที่สกอร์ 5-1 อังกฤษสำรองที่นั่งไปบอลโลกรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพได้สำเร็จ
สรุปผลฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนยุโรป
กลุ่ม 1
มอลต้า แพ้ สวีเดน 0-1
อัลแบเนีย เสมอ เดนมาร์ก 1-1
ฮังการี แพ้ โปรตุเกส 0-1
กลุ่ม 2
อิสราเอล ชนะ ลักเซมเบิร์ก 7-0
ลัตเวีย เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 2-2
มอลโดว่า เสมอ กรีซ 1-1
กลุ่ม 3
สาธารณรัฐเช็ก ชนะ ซาน มาริโน่ 7-0
ไอร์แลนด์เหนือ แพ้ สโลวะเกีย 0-2
สโลวีเนีย ชนะ โปแลนด์ 3-0
กลุ่ม 4
ลิกเตนสไตน์ เสมอ ฟินแลนด์ 1-1
เยอรมัน ชนะ อาเซอร์ไบจาน 4-0
เวลส์ แพ้ รัสเซีย 1-3
กลุ่ม 5
อาร์เมเนีย ชนะ เบลเยียม 2-1
บอสเนียฯ เสมอ ตุรกี 1-1
สเปน ชนะ เอสโตเนีย 3-0
กลุ่ม 6
เบลารุส เสมอ ยูเครน 0-0
อันดอร์ร่า แพ้ คาซัคสถาน 1-3
อังกฤษ ชนะ โครเอเชีย 5-1
กลุ่ม 7
หมู่เกาะแฟโร ชนะ ลิทัวเนีย 2-1
โรมาเนีย เสมอ ออสเตรีย 1-1
เซอร์เบีย เสมอ ฝรั่งเศส 1-1
กลุ่ม 8
มอนเตเนโกร เสมอ ไซปรัส 1-1
อิตาลี ชนะ บัลแกเรีย 2-0
กลุ่ม 9
นอร์เวย์ ชนะ มาซิโดเนีย 2-1
ณ วันนี้เรามี 11 ทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งทั้ง 11 ทีมประกอบไปด้วย
1.แอฟริกาใต้ - เจ้าภาพ
2.ญี่ปุ่น - รองแชมป์รอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่ม เอ
3.ออสเตรเลีย - แชมป์รอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่ม เอ
4.เกาหลีใต้ - แชมป์รอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่ม บี
5.ฮอลแลนด์ - แชมป์รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่ม 9
6.เกาหลีเหนือ - รองแชมป์รอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่ม บี
7.บราซิล - ผ่านเข้ารอบเป็นท็อป 4 ของโซนอเมริกาใต้
8.กาน่า - แชมป์รอบคัดเลือกโซนแอฟริกา กลุ่ม ดี.
9.อังกฤษ - แชมป์รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่ม 6
10.สเปน - แชมป์รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่ม 5
11.ปารากวัย - ผ่านเข้ารอบเป็นท็อป 4 ของโซนอเมริกาใต้



