สัมภาษณ์คนเรือไทยที่ถูก "โจรสลัดโซมาเรีย" จับเรียกค่าไถ่นานถึง 2 เดือน

หลายเดือนที่ผ่านมาเพื่อนๆ คงได้ยินข่าวโจรสลัดบุกปล้นเรือไทยเรียกค่าไถ่ กันมาบ้างใช่ไหมคะ  วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์ของลูกเรือคนหนึ่ง ที่รอดชิวิตกลับมาอย่างปลอดภัยจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน แล้วเขารอดชีวิตมาได้อย่างไรกัน งัยเพื่อนๆ ก็ลองมาติดตามกันเลยนะคะ

บทสัมภาษณ์ประสบการณ์ชีวิตจากนายประจำเรือท่านหนึ่ง ที่อยู่ในเรือไทยลำนั้น โจรสลัดโซมาเรียบุกปล้น กับประสบการณ์อันน่ากลัวเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง

Q. สวัสดีคะ รบกวนขอเวลาคุยด้วยสักพักนะคะ

A.  สวัสดีครับ ด้วยความยินดีครับ

Q. ช่วยเล่าภาพโดยรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด ตอนที่เรือถูกจับไป ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

A. ได้ ครับ คือ เรือเรากำลังวิ่งผ่านอ่าวเอเดน จะเข้าสู่ทะเลแดง ก็มีโจรสลัด 3 คนนำเรือ speedboat พยายามเข้ามาโจมตีและปีนขึ้นเรือทางกราบขวา โดยมีปีนอาร์กาและปืนพกเป็นอาวุธ และยังมีเรือแม่แล่นขนาบข้าง อยู่ห่างประมาณ 100-200 เมตร พร้อมอาวุธครบมือ เท่าที่ทราบมีโจรประมาณ 20 คนบนเรือแม่ แล้ว บังคับให้เรานำเรือวิ่งไปยังชายผั่งโซมาเลียครับ พอไปถึงบริเวณที่เขากำหนด ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของโซมาเลีย ก็ให้เรือไปทิ้งสมอห่างฝั่งซักประมาณ 10 ไมล์ ครับ

Q. จากนั้นเกิดอะไรขึ้นคะ

A. จาก นั้นโจรก็บังคับให้กัปตันเรือโทรเข้าไปที่บริษัทโทรีเซน เพื่อแจ้งให้บริษัททราบว่าเรือถูกจับเรียกค่าไถ่ และให้นำเงินมาไถ่เรือพร้อมลูกเรือออกไปครับ

Q. แล้วบริษัทว่าอย่างไรบ้าง

A. ครับ ทราบว่าบริษัทก็รับทราบครับ  และ ทางบริษัทก็ได้มีการตั้งทีมงานที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทางด้านนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกเรือ และเพื่อให้โจรปล่อยเรือออกมาในที่สุด

Q. พอทราบราคาไหมครับว่าเท่าไร

A. ผมไม่ทราบครับ

Q. แล้วโจรมีท่าทีอย่างไรหลังจากนั้นบ้างคะ

A. คือ ผมเองเข้าใจว่าการเจรจาน่าจะเป็นเรื่องปกติ โจรที่อยู่บนเรือจะมีการผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้าเรือ ชุดละ 10 กว่าคนครับ ก็มากินนอนอยู่บนเรือพร้อมอาวุธครบมือ กระบวนการของโจรดูแล้วมีความเป็นมืออาชีพมากครับ

Q. มีการกดดันอะไรบ้างครับ เครียดไหมคะ

A. เป็น พักๆ ครับ คือโจรนี่ผมสังเกตเห็นว่าเขาจะมีเทคนิคในการกดดันให้คนเรือกลัว แล้วให้คนเรือโทรไปกดดันบริษัทอีกต่อหนึ่ง แรกๆ เรากลัวกันมาก พอต่อมาเริ่มรู้ทางก็ทำให้เครียดน้อยลงครับ เหมือนเขาจะแบ่งโจรเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคอยกดดันเรา อีกกลุ่มหนึ่งคอยปลอบเรา ก็ทำให้ผ่อนคลายได้พอสมควรครับ ปนๆ กับเครียดสลับกันไปครับ

Q. 2 เดือนที่อยู่บนเรือ ทำอะไรบ้างคะ

A. คือ เราก็ทำอะไรไม่ได้มากเท่าไรครับ ช่วงนั้นก็พยายามควบคุมสถานการณ์และควบคุมสติ ไม่ให้เกิดความผิดพลาด เราก็พยายามปลอบโยนกัน บางคนกลัวมากถึงกับจะชวนกันต่อสู้กับโจร แต่ก็ได้พยายามห้ามไว้เพราะ บริษัทฯ ได้กำชับไว้ว่า ห้ามต่อสู้ เนื่องจากเป็นห่วงในความปลอดภัย ของคนเรือ เราเองพยายามทำให้เขาพอใจ บางครั้งสนิทกับโจรถึงกับช่วยโจรซ่อมปืนก็มีครับ บางคนตัดผมให้โจรอะไรพวกนี้ที่พอจะทำได้ครับ อ้อแล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เรือ Speed Boat ของโจรที่ผูกไว้ท้ายเรือ หลุดหายไป เราก็ช่วยกันหา โดยเอาเรือทอร์สตาร์ ไปวิ่งหาครับ พักใหญ่ๆ ก็เจอ แล้วก็วิ่งเรือมาทิ้งสมอที่เดิม

Q. มีการทำร้ายร่างกายคนเรือหรือไม่คะ

A. ส่วนใหญ่จะขู่ซะมากกว่าครับ ยิงปืนขู่บ้าง เราก็ขวัญหนีดีฝ่อกันไป มีบางคนไปมองหน้าโจรแบบไม่พอใจ ก็ถูกตบหน้าบ้าง  โดนทุบหลังบ้าง โดยรวมไม่มีอะไรรุนแรงครับ แต่จะมีผลทางด้านจิตใจเสียมากกว่า

Q. สรุปแล้วทุกคนปลอดภัยดี

A. ครับ ปลอดภัยดีครับ

Q. บริเวณนั้นมีเรือลำอื่นที่ถูกจับอยู่บ้างไหม

A. มีครับ ก็มีหลายลำ บางลำก็เจรจาจบก็ปล่อยกันไป บางลำจอดอยู่ก่อนหน้าเรา บางลำก็มาทีหลัง 

Q. เรือทอร์สตาร์ได้รับความเสียหายอะไรบ้างจากการถูกจับครั้งนี้  

A. ก็ มีดาดฟ้าของสะพานเดินเรือมีรอยกระสุนปืนบ้างที่เกิดจากการยิงข่มขู่ครับ นอกนั้นก็มีนิดๆ หน่อยๆ ไม่เสียหายมาก อีกอย่างโจรได้เอาสิ่งของที่ทำให้เราเข้าใจว่าเป็นระเบิดไปไว้ตามจุดต่างๆ บนเรือเพื่อเป็นการข่มขู่ให้ดูน่ากลัว แต่ตอนหลังก็เก็บกลับไปหมดครับ แล้วก็พวกของมีค่าของพวกเราก็ถูกโจรยึดไปหมดครับ พวก โทรศัพท์มือถือ เงิน นาฬิกา อะไรมีค่า ก็ โดนหมดครับ

Q. อาหารการกินบนเรือเป็นอย่างไรบ้างคะ  

A. เรา มีอาหารไปค่อนข้างเยอะและทางเรือสามารถกลั่นน้ำใช้เองได้ จึงมีรับประทานกันพอเพียงครับ แต่ก็เกรงว่าจะหมดบ้าง เพราะไม่แน่ใจว่าจะถูกจับอยู่นานแค่ไหน ตอนหลังจึงมีมาตราการประหยัด เช่น ลดการกินลง จาก 3 มื้อเหลือ 2 มื้อต่อวันบ้าง พวกโจรนี้ก็นอนบนเรือเหมือนกัน

Q. ทางบริษัทเจ้าของเรือดูแลเราอย่างไรบ้างคะ

A. ครับ ทางบริษัทเป็นห่วงเราดีมากครับ มีการโทรแจ้งญาติของเราให้ทราบและเชิญมาประชุมร่วมกันบ่อยๆ เพื่อชี้แจงความคืบหน้า และบริษัทก็ยังมีเพิ่มเงินเดือนให้อีกเท่าตัวในช่วงนั้นและมีโบนัสพิเศษให้ อีกหลังจากกลับมาแล้ว เป็นการปลอบขวัญครับ

Q. พอใจไหมคะ

A. คือ มันเป็นเหตุที่ใครๆ คงไม่อยากให้เกิด แต่ก็ถือว่าบริษัทก็ดูแลเราดีครับ และก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาก ทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ

Q. เคยได้ยินมาว่ามีลูกเรือถูกซ้อม

A. อ๋อ ไม่ขนาดนั้นครับ มีนิดหน่อยแต่ก็คิดว่าคงพูดกันปากต่อปาก เรื่องเล็กก็เลยขยายความเป็นเรื่องใหญ่ครับ ไม่มีการซ้อมกันครับ

Q. ทราบไหมครับว่ามีการจ่ายเงินค่าไถ่กันอย่างไร

A. เข้าใจว่ามีการจ่ายกันเป็นเงินสด จำนวนหนึ่งครับ

Q. หลังจากนั้นละคะ

A. หลังจากนั้นเรือก็ถูกปล่อยออกมาครับ 

ก็ต้องขอขอบคุณ นายประจำเรือท่านนี้ที่กรุณาให้ข้อมูลในครั้งนี้