สรุป Intel Blogger Day

เมื่อวันเสาร์ Intel จัดงาน Blogger Day ในไทยขึ้น โดยได้คุณ เอกรัศมิ์ และคุณประทีป มาพูดคุยแลกเปลี่ยน หรืออัพเดทข่าวสาร กับพวก Blogger อย่างเรา ในบรรยากาศเป็นกันเอง ไม่ทางการมาก นั่งคุยกันไม่กี่สิบคนที่ร้าน AU BON PAIN เลยทำให้การคุยครั้งนี้ได้ถามอะไรที่มัน Geekๆ กลับมาเพียบเลยครับ

Ultrabook เป็นเรื่องแรกที่คุย มันคือโน้ตบุ๊กแบบใหม่ที่จะ บาง เบา หน้าจอเป็นระบบสัมผัส และใช้ CPU Core Ivy Bridge ผลิตด้วยเทคโนโลยี 22 นาโนเมตรและกินไฟแค่ 17 วัตต์ น้อยลงเกือบครึ่งเมื่อเทียบกับ Core แบบเดิม โดยทาง Intel พยายามจะวางมาตรฐานใหม่ให้กับโน้ตบุ๊กประเภทนี้ เนื่องจากว่าตลาดของโน้ตบุ๊กในหลายปีที่ผ่านมา มันไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เต็มที่แค่เร็วขึ้น แรงขึ้น ใกล้เคียงกับ Desktop มากขึ้น แต่ Ultrabook ที่จะมาในปลายปีนี้ จะกลายเป็นอีกระดับของการใช้งานแบบพกพามากขึ้น คือนอกจากระบบสัมผัส และความบางเบาแล้ว ก็มีพวกกินไฟน้อยลง ใช้งานได้นานขึ้น ความร้อนน้อยมาก และที่สำคัญคือพวกระบบ Rapid Start คือการเปิดเครื่องในเวลาที่น้อยมากๆ หรือ Instance On ระบบการเชื่อมต่อแบบทันที ซึ่งก็ไปเกี่ยวพันกับมาตรฐานที่ทาง Intel พยายามวาง คือต้องใช้ SSD ถึงจะทำฟังก์ชั่นนี้ได้ และเป็นเรื่องต่อมาที่เราคุย

SSD จุดเด่นหลักของ HD ประเภท SSD นี้คือ อ่านข้อมูลไวมาก ทน และเบา ทำให้มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการใช้งานใน Ultrabook แต่ด้วยราคาในปัจจุบันยังไม่ค่อยลงมาให้ Consumer ใช้งานเท่าไหร่ จึงทำให้การใช้งาน SSD ไปอยู่ในกระแสของตลาด Corporate มากกว่า และอาจทำให้ราคา Ultrabook ไปอยู่ในตลาดของโน้ตบุ๊กสำหรับ Hi-End User แทนก็เป็นได้ ส่วน Ultrabook ที่ถูกลงมานั้น คุณเอกรัศมิ์ อธิบายไว้ว่า อาจจะเป็นการใส่ SSD Card ขนาดเล็ก ความจุประมาณ 8-10 GB เพื่อพอใส่ System แล้วได้ฟังก์ชั่น FastBoot ก็เป็นได้ ส่วนความจุที่เหลือก็ใส่ HD อีกแบบลงไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตโน้ตบุ๊กแต่ละเจ้าเองด้วย ยกตัวอย่างกรณีของโน้ตบุ๊ก Atom ในตอนแรกที่ออกมา ผู้ผลิตทุกเจ้าพยายามแข่งกันใส่ HD ความจุเยอะๆเข้าไป แทนที่จะใส่ SSD ตามที่ทาง Intel หวัง งานนี้ Ultrabook จะออกมาเป็นยังไงก็ต้องรอดูปลายปีนะครับ
• SSD ที่ใช้ใน Ultrabook ไม่จำเป็นต้องเป็นของ Intel เท่านั้นก็ได้

USB 3.0 เป็นเรื่องที่ถูกถามขึ้นต่อจาก SSD ซึ่ง คุณเอกรัศมิ์ อธิบายง่ายๆว่า ตอนนี้ Intel ยังไม่ได้ใส่ Chipset USB 3.0 ลงไป แต่จะเป็นชิปแยกที่อยู่บนเมนบอร์ดของผู้ผลิตแต่ละเจ้ามากกว่า ซึ่งทาง Intel จะใส่ลงไปตอน Ivy Bridge มาแล้วเท่านั้น ส่วนอนาคตมันจะนิยมไหม อันนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะเลือกมากกว่า ว่าอันไหนเหมาะกับเขาที่สุด ซึ่งถ้ามันประสบความสำเร็จจริง ทาง Intel ก็คงต้องยอมรับ เปรียบเหมือนกับกรณี PCI Express นั้นเอง ส่วนเทคโนโลยีอีกตัวที่ทาง Intel เป็นผู้ผลิต และน่าสนใจเหมือนกันก็คือ Thunderbolt (อันนี้แหละที่น่าจะมีส่วนให้ลือกันว่า Intel จะไม่สนับสนุน USB3)

Thunderbolt/LightPeak เป็นเทคโนโลยีรับส่งข้อมูลคล้ายกับ USB แต่ตอนนี้เทคโนโลยีนี้เราจะเห็นอยู่แค่ใน Macbook Air เท่านั้น ซึ่งมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงถึง 10 Gbps แถมทาง Intel ก็ได้เตรียมให้รองรับแบนด์วิดท์ได้ถึง 100 Gbps ไว้แล้วด้วย แต่ต้องใช้ Fiber Optic ในการเชื่อมต่อ ซึ่งยังเป็นไปได้ยากในปัจจุบัน โดยทาง Intel ก็ยังไม่ได้จะประเมิณความต้องการใช้เทคโนโลยีนี้แต่อย่างใด เพราะยังติดในเรื่องสิทธิบัตรการใช้งาน ที่ยังไม่ค่อยมีผู้ผลิตเจ้าไหนสนใจซื้อกับทาง Intel มากนัก (ต่างกับ USB 3.0 ที่ฟรี) แต่ปัจจุบันเห็นว่ามีหลายเจ้าเริ่มเข้าร่วมแล้ว เช่น Western Digital, Seagate หรือ Canon เป็นต้น

Cedar Trail มาถึง Atom ตัวใหม่บ้าง แน่นอนว่าจุดเด่นของ Cedar Trail คือกินไฟน้อยมาก แค่ 10 วัตต์เท่านั้น รวมถึงระบบกราฟิกที่เพิ่มความสามารถขึ้น เช่น รองรับ HDMI หรือเล่นภาพ 1080p ได้นั้นเอง นอกจากนี้ทาง Intel ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆใน Cedar Trail อีก ที่ให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ เช่น รองรับ Wireless Display, PC Sync ที่เป็นการ Sync ข้อมูลใน Netbook กับเครื่อง PC ผ่านระบบ Wi-Fi และ Smart Connect ที่สามารถ Feed ข้อมูลต่างๆเช่น New หรือ RSS เข้ามาที่ Netbook ได้ แม้อยู่ใน Sleep Mode โดยคุณเอกรัศมิ์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ Atom เพิ่มอีกว่า ในไม่ช้าเราอาจจะได้เห็น Server ที่เป็น Atom กัน เรียกว่าเป็น Micro-Server แต่จะเป็น Server ที่ไว้ใช้สำหรับรับ I/O โดยเฉพาะ เพราะในหลายๆที่จะมองเรื่องการใช้พลังงาน และการใช้พื้นที่เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งการสั่ง Server ที่ใช้ CPU ทั่วไปจึงไม่ค่อยเหมาะนัก ดังนั้น Atom จึงอาจจะมาทำหน้าที่ในส่วนตรงนี้แทน ส่วนมันจะนิยมแค่ไหนก็ต้องดูปลายปีนี้เช่นกัน

Medfield และ Meego มาถึงส่วนของ Atom ที่ใช้ในมือถือหรือ Tablet บ้าง ซึ่งในทีแรก Nokia จะเป็นผู้ใช้แพลตฟอร์มนี้ แต่หลังจากที่ประกาศว่าจะทิ้ง Meego ทาง Intel จึงนำทั้ง Medfield และ Meego ไปหาผู้ผลิตเจ้าอื่น (คุณ @lewcpe พยายามถามแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบว่ากี่ราย) โดย Medfield นั้นมีการปรับเปลียนไปว่า จะไม่ยึดกับ Meego อีกต่อไป แต่จะสามารถใช้กับ Android, MeeGo หรือ Windows ก็ได้ทั้งนั้น ตามแต่ผู้ผลิตที่รับไป (ARM คงหนาวๆร้อนๆ) ส่วน Meego ที่เป็น OS สำหรับมือถือและ Tablet คล้ายกับแอนดรอยด์ อาจจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนมากนัก ต้องรอดูกันในต้นปีหน้า ในช่วงที่ Device จะเริ่มออกมาให้เห็นกัน โดยทาง Intel ก็หวังว่าจะสามารถพลักดันมันให้เทียบเคียงได้กับ IOS หรือ Android เลยทีเดียว

มาถึงเรื่อง Security บ้างซึ่งทาง Intel ร่วมมือกับ Symantec อยู่ หวังจะพัฒนาระบบความปลอดภัยบนโน้ตบุ๊ก ในส่วนการเข้าถึงข้อมูล แปลง่ายๆคือระบบป้องกันไม่ให้คนที่ขโมยเครื่องไป แอบดูข้อมูลในเครื่องนั้นได้นั้นเอง คุณเอกรัศมิ์ ให้ความเห็นว่า อยากได้เป็น Hardware ติดตั้งอยู่ภายใน ที่สามารถรับค่าได้ว่าเครื่องถูกขโมยไป แล้วจะทำการล็อกเครื่องเองอัตโนมัติ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้งานได้ เพราะบางครั้งข้อมูลอาจเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงกว่าตัวเครื่องเสียอีก แต่กระนั้นก็ต้องพูดถึงสภาพแวดล้อมด้วย เช่นระบบ Server ตัวกลาง ที่ทำหน้าที่ประสานงาน หรือระบบเครือข่ายที่ต้องรองรับการเชื่อมต่อตลอดเวลา อย่าง Instance On หรือ Smart Connect เป็นต้น

สุดท้ายเป็นเรื่องของ Girls' Generation ที่ทาง Intel บอกว่าจะหมดสัญญากลางเดือนนี้แล้ว และไม่คิดจะต่อสัญญาต่อ ดังนั้นเราคงอดเห็นสาวๆ Girls' Generation by Intel เป็นแน่แท้แล้วนั้นเอง

ส่งท้าย ผมนั่งแกะเทปแบบละเอียดสุดๆ และพล่ามไปเยอะและ สรุปสั้นๆง่ายๆเอาเป็นว่า ทั้งเทคโนโลยีที่เปิดตัวใหม่ และแนวโน้มในการตีตลาดแทบทั้งหมดของ Intel ในตอนนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าทั้งหมดนั้นเองครับ ดังนั้นถ้าใครสนใจอะไร ก็ลองเล็งๆไว้ตั้งแต่เนิ่นๆก็ดีนะครับ จะได้ไม่ตกเทรน  ขอบคุณครับ