สรุปงาน WWDC 2010

มีหัวเรื่องหลักๆอยู่ 6-7 เรื่องคือ iPad, iPhone 4, iOS4, iBook, iMovie, iAds และ FaceTime ครับ เรามาดูกัน

*อัพเดทวีดีโอแล้วครับ

เริ่มที่ iPad ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วย App โดยตรงกว่า 8500 (และจาก iPhone อีกกว่า 2 แสน) ใน 10 ประเทศ (จะเพิ่มเป็น 19 ในกรกฎาคมนี้) ทำให้ iPad ขายได้กว่า 2 ล้านเครื่องแล้ว นั้นหมายถึง ทุกๆ 3 วินาที จะมีการขาย iPad ไป 1 เครื่อง อู~~

iPhone 4 เปลี่ยนแปลงจาก 3 ไปอย่างมากขอสรุปเป็นข้อๆนะครับ
- Design ใหม่ ทำให้ตัวเครื่องบางสุดๆ แค่ 9.3mm บางลง 24% เมื่อเทียบกับ 3GS
- หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 960x640 พิกเซล ทำให้ตัวอักษรภาพและไอคอนคมชัดขึ้นมาก เทียบความละเอียดเป็น 78% ของ iPad
- ปรับ Contrast ได้ 800:1
- ใช้ชิป Apple A4
- วัสดุทั้งด้านหน้าและหลังทำจากแก้วกันรอยขีดขวดได้ดี
- กรอบด้านข้างเป็น Stainless Steel
- ระบบ Gyroscope รองรับการหมุน iPhone ได้ถึง 3 แกน
- รองรับ Wi-Fi 802.11b/g/n, GPS, 3G/GSM
- ระบบตัดเสียงรบกวนโดยใช้ไมค์ด้านหน้าและหลัง
- Front Camera เป็น VGA และกล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมเฟลช
- อัดวีดีโอแบบ HD 720p ได้ 30 fps
- มีสองสีคือขาวกับดำ
- แบทนานขึ้น 20%
- ใช้ iPhone OS 4 ที่มาพร้อมกับ iMovie, iBook, iAds และ FaceTime

ส่วนความสามารถแต่ละตัวมีดังนี้
- iPhone OS 4 รองรับ Multitask เปิดโปรแกรมพร้อมกันหลายๆตัวได้ (แต่ใช้แบทกระจาย) และระบบ Folder ที่สามารถตั้งชื่อและวางบน Dock ได้ รองรับการใช้งานบน 3GS, 3G และ iPod touch อัพเกรดฟรี แต่ 3G และ iPod touch อาจใช้งานได้ไม่ครบทุกฟังก์ชั่น และเห็นว่าจะเปลียนชื่อ iPhone OS 4 เป็น iOS 4 ด้วยแต่ติดตรงว่าชื่อนี้จดโดย Cisco ไปแล้ว คงต้องดูกันต่อไป (เพราะจริงแล้วชื่อ iPhone ก็เคยเป็นของ Cisco มาก่อนเช่นกัน)
- iMovie for iPhone ตัดต่อ เปลี่ยน Transition ใส่ Title แล้วอัพขึ้นเวปได้เลย สนนราคาที่ 4.99 ดอลลาร์ (ไม่ง้อ Quicktime อีกต่อไป)
- iBook และ iBookstore อีก 1 App Store ที่กำลังจะเกิดขึ้น รองรับการซื้อขาย eBook ทั้งบน iPads, iPhones, iPod touch โดยสามารถซื้อทีเดียวแล้วโปรแกรมจะซิงค์กับ iBookstore ทำให้เราสามารถเอาไฟล์ไปอ่านที่เครื่องไหนก็ได้ (อวสาน Kindle ละครับงานนี้)
- iAds บ่อยครั้งที่โฆษณากลับไปตกอยู่ที่ Browser ไม่ใช่ App ที่จำหน่าย Apple เลยทำ iAds ขึ้นเพื่อสนับสนุนนักพัฒนา App ให้สามารถติดโฆษณาลงไปด้วยได้ โดยในงานเปิดตัวอย่างโฆษณา Nissan LEAF โชว์ เปิดตัวเป็นทางการ 1 กรกฎาคม
- FaceTime หรือระบบ Video Calling ใช้สนทนาแบบเห็นหน้ากับ iPhone ด้วยกัน ผ่านเครือข่าย WiFi เท่านั้น (ไม่รองรับ 3G)

เปิดตัวรอบแรก 5 ประเทศก่อน ได้แก่ US, France, Germany, UK, Japan เดือนต่อมาเพิ่มเป็น 18 ประเทศ และเพิ่มเป็น 42 ประเทศในเดือนกันยาย โดยสามารถ Pre-orders ได้ภายในอาทิตย์นี้ ส่วนราคาเครื่อง 16GB อยู่ที่ 199 เหรียญสหรัฐ และ 299 สำหรับ 32GB พ่วงสัญญา 2 ปี (เหมือนเดิม)

ถ้าสนใจรูปภาพและข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่แหล่งที่มาเลยนะครับ