ศึก Chat ชน Chat !!
โดย เมื่อ
Entry นี้เป็นภาคต่อ ของ ใช้อะไรดี BBM, WhatsApp หรือ iMessage?? ครับจากเมื่อตอนโน้น มาถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็มีแอพที่เอาไว้แชท หลายๆตัวเปิดตัวออกมาใหม่ วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ณ ตอนนี้มีแอพที่เอาไว้ Chat ตัวไหนน่าสนใจและเป็นที่นิยมกันบ้างดีกว่าครับ
BlackBerry Messenger หรือ BBM

เป็นโปรแกรมแชทบนมือถือตัวแรกๆที่นิยมในไทย ในช่วงนั้นสมาร์ทโพนในไทยยังไม่บูมเท่าไหร่ จะแชทหากันทีก็ต้องพึ่ง MSN ที่ไม่ค่อยสะดวกเลยในตอนนั้น จุดเด่นหลักของ BBM ก็คือการแชทหากันที่ง่าย สะดวก รวดเร็วกว่าโปรแกรมอื่น เพราะตัวเครื่องในหลายๆรุ่นของ BlackBerry นั้นได้ทำคีย์บอร์ดมาดีมาก เหมาะสำหรับการพิมพ์ข้อความสุดๆ อีกทั้งยังส่งเป็นภาพหรือเสียงก็ได้
แต่ข้อเสียก็คือต้องมีการ Add PIN เสียก่อน ซึ่ง PIN นี้ก็มีอยู่แต่ในเครื่องของ BlackBerry เท่านั้น ทำให้คนที่ไม่ได้ใช้เครื่องของ BlackBerry จะแชทหากันไม่ได้ แถมเวลาเปลี่ยนเครื่องหรือเครื่องหาย PIN ก็จะถูกเปลี่ยนไปด้วย ทำให้ต้องมานั่งอัพเดท PIN เพื่อนกันใหม่หมด และเรื่องสุดท้ายคือ ค่าบริการ เพราะ BBM จำเป็นต้องเปิดบริการกับทางเครือข่ายด้วย จึงจะใช้งานได้ (ประมาณ 3-400 แล้วแต่เจ้า) ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆที่สามารถวิ่งผ่านอินเตอร์เน็ตได้เลย เช่น WhatsApp

เป็นโปรแกรมแชทที่มาฮิตเอาหลังจาก BBM เพราะด้วยจุดเด่นของมันคือ มันรองรับเกือบทุก Platform ไม่ว่าจะเป็น Blackberry,Android,iPhone,Symbian รวมไปถึง Windows Phone ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปล่าสุด ลูกเล่นหลักๆของมันก็คือการส่งข้อความครับ รวมถึงยังส่งทั้งภาพและเสียงได้เหมือน BBM ทำให้ช่วงนั้นคนที่ใช้ BBM ก็จะมีการใช้งาน WhatsApp ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อก่อนค่าบริการ BBM+Internet เขารวมเข้าไปด้วยกัน แต่พอมาหลังๆ ค่าบริการในการใช้งาน BBM นั้นแยกออกมา และถูกกว่าค่าบริการ Internet ทำให้คนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้แค่ BBM หรือ Internet ด้วย
ส่วนข้อเสียก็คือ ใช้งานยากไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับ BlackBerry และกินปริมาณการส่งข้อมูลที่สูงกว่า ทำให้การแชทนั้นเหมาะกับคนที่ใช้บริการ Internet แบบ Unlimit ซึ่งแพงกว่าค่าบริการ BBM อยู่พอสมควร แต่บางคนก็แก้ไขด้วยวิธีใช้งานผ่าน Wi-Fi ในบ้านหรือออฟฟิตแทน ซึ่ง BBM นั้นทำไม่ได้ และข้อเสียอีกข้อคือ WhatsApp นั้นผูกเข้ากับเบอร์โทรศัพท์ ถ้าเราเปลี่ยนเบอร์ก็ต้องมาอัพเดทเพื่อนใหม่หมดเหมือนกัน ซึ่งข้อเสียนี้ทำให้เครื่องที่ไม่สามารถใส่ซิมได้อย่าง Tablet บางตัวใช้งานไม่ได้
ปล. ณ ตอนนี้ WhatsApp นั้นเปิดให้โหลดฟรีหมดบนทุก Platform แล้วครับ
iMessage

โปรแกรมแชทตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Apple มาพร้อมกับ IOS5 ซึ่งผมเองก็ได้ทดลองแล้ว อธิบายง่ายๆว่า มันคือโปรแกรม Message ที่มีฟังก์ชั่น iMessage เพิ่มขึ้นมา คือเมื่อเรากดที่ชื่อคนที่ต้องการส่งข้อความ โปรแกรม iMessage จะตรวจจับเองว่า อีกฝ่ายนั้นมีการเปิดใช้งาน iMessage ไว้อยู่หรือไม่ ถ้าเปิดไว้ โปรแกรมจะทำการส่งข้อความในรูปแบบ iMessage ให้เองอัตโนมัติ ถ้าไม่ได้เปิดไว้ ปิดเครื่อง หรือไม่มีสัญญาณ โปรแกรมก็จะให้เลือกว่าจะส่งข้อความเป็น Message ปรกติหรือไม่ และ iMessage รองรับแค่การส่งข้อความและรูปภาพเท่านั้น จะยังไม่รองรับการส่งข้อมูลเสียงครับ
จุดเด่นอยู่ที่ iMessage ไม่ได้ผูกเข้ากับเบอร์หรือ PIN แต่อยู่ใน ISO5 นั้นแปลว่าอุปกรณ์ของ Apple เช่น iPod, iPad หรือ iPhone ต่อให้ไม่มีซิมหรือเบอร์ ก็สามารถส่งข้อมูลหากันได้ ขอแค่เพียงต่อ Internet ไว้เท่านั้นพอ แต่ข้อเสียก็จะมีเหมือนกับ BBM นั้นคือได้เฉพาะอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้นครับ
Ch@t on


แอพที่เอาไว้แชทน้องใหม่จาก Samsung ที่ตอนนี้มีให้ใช้บน Android และ BADA (เวอร์ชั่น 2.0ขึ้นไป) ส่วนบน แพลตฟอร์มอื่นๆนั้นนั้นจะเปิดให้ใช้งานเร็วๆนี้
ลูกเล่นของ Ch@t on ดูเผินๆจะคล้ายๆกับของ WhatsApp เป็นอย่างมาก โดยที่เจ้า Ch@t on นี้จะ add Contact (ตัวแอพเองจะเรียกส่วนนี้่ว่า Buddies) จากเบอร์โทรศัพท์
ลูกเล่นก็ตามที่กล่าวไปแล้วว่ามันคล้ายกับ WhatsApp สามารถทำได้ทั้งการแชร์ ภาพ,เสียง,วิดีโอ,คอนแทค,Location ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือการแชร์ ปฏิทิน และ Animation message (คือการวาดภาพหรือตัวหนังสือบนหน้าจอเป็นภาพดุ๊กดิ๊กๆได้) ตรงส่วนนี้นับว่าเป็นข้อดีของเจ้า Ch@t on นี้เลยทีเดียว
ขอเสียของเจ้านี้ก็ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเช่นกันคือ ณ ตอนนี้ (ตอนที่เขียนบทความ) มันยังมีให้ใช้แค่เฉพาะบน Android และ BADA เท่านั้น ทำให้หาเพื่อนที่จะใช้ Ch@t on ด้วยกันนั้นน้อยมากครับ
Line

แอพน้องใหม่มาแรงสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีให้ใช้งานบน iPhone และ Android ที่มีลูกเล่นกึ่งๆระหว่าง App ที่เอาไว้ Chat และ เอาไว้โทรในตัวเดียวกัน ระบบ Contact ของ Line จะคล้ายๆกับของ WhatsApp คือจะค้นหารายชื่อเพื่อนใน Contact ของเรา หากมีเพื่อนคนไหนใช้ก็จะมีชื่อปรากฏขึ้นมาในหน้า Friends ทันที นอกจากนี้ยังเพิ่มเพื่อนได้จากการค้นหา ID หรือ QR Code ได้อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องลำบากตามหาเบอร์โทรกันให้ยากอีกต่อไป ลูกเล่นในการแชทของ Line นั้นจะน้อยกว่า WhatsApp อยู่พอสมควร คือจะแชร์ได้แค่รูปกับ Location เท่านั้น จุดเด่นของระบบ Chat ของ Line คือตัว Emoticon ของมันที่เป็นตัวการ์ตูนหน้าตากวนๆสไตล์ญี่ปุ่นนี่เอง ในส่วนการแชร์เสียงและวิดีโอที่ Line ไม่มีนั้นก็ชดเชยในส่วนของเรื่องเสียงด้วยการที่มันสามารถโทรออกผ่านเครืองข่าย internet แทนได้ (3G/wifi) นั่นเอง ซึ่งจากการที่ลองใช้แล้วก็พบกว่ามันมีดีเลย์อยู่บ้างครับ
ข้อเสียของเจ้า Line นั้นหลักๆเลยก็คือใช้ได้แค่บน iPhone กับ Android เท่านั้นครับ หากใครที่มีเพื่อนที่ใช้ BlackBerry หรือ Windows Phone หรือ Symbian ก็คงต้องหันไปใช้ WhatsApp แทนครับ
Facebook Messenger

เชื่อได้ว่าเกือบทุกคนในตอนนี้ต้องมี Facebook Account เป็นของตัวเองแน่นอน เจ้า Facebook Messenger น่าจะเหมาะกับใครหลายๆคนที่มีเพื่อนติด Facebook ขนาดหนัก เจ้า Facebook Messenger นี้มีให้ใช้กันบน iPhone และ Android ครับ ข้อดีของเจ้า Facebook Messenger นั้นคือเราไม่ต้องไปหา Contact ให้ยุ่งยาก Contact ทั้งหลายก็คือรายชื่อเพื่อนของเราที่มีอยู่ใน Facebook นั่นเอง ข้อดีแบบสุดๆอีกอย่างของเจ้า Facebook Messenger ก็คือมันแชทข้ามระบบได้อย่างหลากหลายครับ ขอแค่เพียงเพื่อนของคุณออน Facebook Chat ได้ไม่ว่าจะออน Facebook Chat บนคอมพิวเตอร์ หรือจะผ่าน App ตัวอื่นๆบน Platform อื่น เจ้านี่ก็สามารถคุยด้วยได้หมดนั่นเอง ข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่เจ้า Facebook Messenger ดีกว่าแอพ Facebook Chat ตัวอื่นอย่างหนึ่งก็คือมันสามารถ แนบรูปภาพกับLocationไปได้ด้วย เพราะเจ้านี่อิงในส่วนของการทำงานของ Message บน Facebook มานั่นเอง
ข้อเสียใหญ่ๆเลยของ Facebook Messenger ก็คือมันสามารถแชร์ได้แค่ภาพถ่ายกับ Location เท่านั้น ครับ









