ลองเล่น Olympus E-3 กล้อง DSLR โฟกัสเร็วที่สุดในโลก ในงาน photoworld 2009
โดย เมื่อ
เก็บตกงาน Photoworld 2009 ที่สยามพารากอน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (เขียนช้าไปนิดเพราะตัวเองดันป่วย แต่ตอนนี้อาการเริ่มจะเป็นปกติ) เลยจะมาพูดถึง กล้อง DSRL มือโปร เจ้าตัว Olympus E-3 ซักหน่อย ที่มันออกมาตั้งนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปลูบๆคลำๆ ตัวจริงซักที หลังจากได้ไปยลโฉมและทดลองจับๆ ถ่ายๆ ในงานนี ก็เกิดอาการประทับใจซะแล้ว ด้วยราคาของตัวบอดี้ +เลนส์ อยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท
ซึ่ง E-3 ตัวนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องที่โฟกัสได้เร็วที่สุดในโลกตอนนี้(แต่ต้องใช้กับเลนส์ SWD ของโอลิมปัสเค้านะ)
ด้วยความสงสัยอยากรู้ว่ามันเร็วอย่างที่เค้าโฆษณารึป่าวนะ (แต่ยังไม่มีความสามารถพอที่จะซื้อมาเป็นของตัวเอง) เลยไปขอทดลองหยิบๆจับๆ ยกขึ้นมาเล็งภาพดูก่อน
โดยตั้งใจเก็บภาพคนที่กำลังเคลื่อนไหวเดินไปเดินมาขณะที่ชมงานและกดชัตเตอร์ดู โดยใช้ร่วมกับเลนส์ ZUIKO DIGITAL ED 12-60 มม. f/2.8-4 SWD (เทียบเท่าขนาด 24-120 มม. ในระบบฟิล์ม 35 มม.) และซูมเลนส์ที่ 60 มม. ปรากฏว่าโฟกัสได้เร็วจริงๆ สมคำร่ำลือ
ที่เจ้า E-3 โฟกัสได้รวดเร็ว เป็นเพราะในรุ่นนี้เค้าได้เพิ่มจุดโฟกัสแบบกากบาทคู่ 11 จุดครอบคลุมทั่วทั้งเฟรม ทำให้การโฟกัสทำได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์รุ่นใหม่ที่มีระบบ SWD (Supersonic Wave Drive) ของเค้าเอง
กล้อง Olympus E-3 สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 5 เฟรม/วินาที ใช้การเซ็นเซอร์ภาพ High-Speed Live MOS Sensor ใหม่ กล้องมีความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล
มีเซ็นเซอร์ตรวจจับ การสั่นไหว ที่ชุดเซ็นเซอร์ภาพ สามารถป้องกันภาพสั่นไหวได้ 5 สตอป
พร้อมหน่วยประมวลผลใหม่ “TruePic III” จอ LCD 2.5 นิ้ว HyperCrystal LCD แบบ Live View ดูภาพขณะถ่ายจากจอ LCD ได้ จอเปิดออกด้านข้างและปรับหมุนได้รอบ
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจน ของ E-3 คือบอดี้ ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ ให้ความคงทน แข็งแรง ตามสไตล์แบบกล้องโปร และได้รับการซีลกันน้ำและฝุ่นละออง สามารถนำไปใช้งานได้ทุกสภาวะ ตัวบอดี้ออกแบบใหม่หมด ดูสวยงามกว่า E-1 มาก
ถ้ามองจากด้านหน้าจะดูเรียบๆ ไม่มีปุ่มปรับอะไรมากมาย แป้นหมุนปรับโหมดถ่ายภาพก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นแบบปุ่มกดแทน
ด้านบนของตัวกล้องจะมีจอ LCD สำหรับดูข้อมูลการปรับตั้งระบบการทำงาน ส่วนปุ่มปรับตั้งต่างๆ นั้น โอลิมปัสจะวางตำแหน่งไว้ที่ด้านบนซ้าย-ขวา และด้านหลังของกล้องแทน
จุดเด่นอีกอย่าง ก็คือ Live View โดยได้รับการปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งช่างภาพสามารถจัดองค์ประกอบภาพ เช็คค่าการเปิดรับแสง หรือการตั้งไวท์บาลานซ์ ผ่าน Live View ได้ตลอดเวลา และสะดวกมากขึ้นไปอีกเพราะ E-3 ออกแบบจอมอนิเตอร์?AE?รับหมุนได้ทุกทิศทาง ซึ่งเป็นกล้องระดับโปรตัวแรกที่ใช้ระบบนี้ โดยจอมอนิเตอร์มีขนาด 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล เคลือบผิวจอด้วยเทคโนโลยี HyperCrystal ช่วยลดการสะท้่อนแสง มองได้อย่างชัดเจนในทุกทิศทางพร้อมทั้งปรับเพิ่มความสว่างได้ 15 ระดับ
จุดเด่นต่อมา ก็คือมี ระบบกำจัดฝุ่น Supersonic Wave Filter ซึ่งก็เป็นระบบมาตรฐานประจำกล้องโอลิมปัสไปแล้วด้วย โดยเมื่อเปิดการทำงานของกล้องระบบกำจัดฝุ่นจะทำงานอัตโนมัติ โดยการสั่นสะเทือนของเซ็นเซอร์รับภาพกว่า 30,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้ฝุ่นหลุดออกไป นอกจากนี้เทคโนโลยี Spersonic Wave ยังนำมาใช้กับระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วย
ตัว Olympus E-3 ใช้เมาท์เลนส์แบบ 4/3 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ High-speed Live MOS มีความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล effective ประมวลผลการทำงานด้วย TruePic III ซึ่งนอกจากมีการทำงานที่รวดเร็วแล้ว ยังควบคุมรายละเอียดในโทนมืดได้เป็นอย่างดีิ
ความเร็วชัตเตอร์เริ่มจาก 60 วินาที ปรับลดได้จนถึง 1/8000 วินาที สัมพันธ์กับไปแฟลชที่ 1/250 วินาที และเมื่อใช้กับระบบ Super FP จะสามารถสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุด 1/8000 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 ภาพต่อวินาที ม่านชัตเตอร์มีความแข็งแรงทนทานและผ่านการทดสอบกว่า 150,000 ครั้ง โดยปราศจากปัญหาใดๆ ทางด้านบนของกล้อง เป็นแฟลชในตัว ไกด์นัมเบอร์ 13 ที่ ISO100
สามาถใช้แฟลชภายนอกได้โดยต่อเข้ากับฮอทชู โดยทำงานสัมพันธ์กับรุ่น FL-50R, FL-36R, FL50, FL36, FL-20, STF-22 และ SR-11
โดยเฉพาะรุ่น FL-50R และ FL-36R สามารถใช้งานในระบบ Wireless ได้ด้วย
ระบบบันทึกภาพของ E3 จะมีให้เลือกใช้งานได้ในโหมด โปรแกรม (P), ปรับชัตเตอร์อัตโนมัติ (A), ปรับรูรับแสงอัตโนมัติ (S), แมนนวล (M), ชัตเตอร์ B และโหมดปรับตั้งพิเศษ โปรแกรมถ่ายภาพใต้น้ำ ที่ให้ผู้ใช้ปรับตั้งค่าที่เหมาะสมในการใช้งานเอง และเลือกใช้งานด้วยปุ่มฟังก์ชัน โดยระบบถ่ายภาพต่างๆ สามารถปรับชดเชยแสงได้ +/- 5 ขั้น ปรับได้ขั้นละ 1/3, 1/2 และ 1 สเต็ป ส่วนความไวแสงนั้น มีให้เลือกใช้แบบออโต้ โดยกล้องจะปรับให้ตั้งแต่ ISO100-3200 หรือจะปรับเองตั้งแต่ ISO100-3200 ก็ได้เช่นเดียวกัน ส่วนรูปแบบบันทึกภาพนั้น สามารถเลือกได้ทั้ง JPEG, RAW และ RAW+JPEG โดยมีขนาดภาพใหญ่สุด 3648 x 2736 พิกเซล
โอลิมปัสออกแบบไวท์บาลานซ์ค่อนข้างแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ คือ นอกจากแบบออโต้แล้ว สามารถปรับแบบพรีเซ็ต 8 แบบ (เซ็ตตามค่าองศาเคลวิน 3000-7500 K) แบบ One-touch 4 แบบที่ผู้ใช้ตั้งค่าบันทึกเก็บไว้ และแบบคัสตอมที่ผู้ใช้ตั้งค่าได้ตามองศาเคลวิน ตั้งแต่ 2000-14000 K
นอกจากโหมดบันทึกภาพต่างๆ แล้ว E-3 ยังสมารถปรับตั้งความสว่างสดใสของภาพได้ด้วยพิกเจอร์โหมด โดยเลือกได้แบบ Vivid, Natural, Portrait, Monotone, และปรับเซ็ตค่าเอง รวมทั้งยังปรับแต่งคอนทราสต์ ความคมชัด และความเข้มของสีของแต่ละแบบได้อีก 5 ขั้นด้วยกัน และในแบบ Monotone สามารถปรับแต่งเอฟเฟ็คต์ต่างๆ ได้เช่น ฟิลเตอร์เอฟเฟ็คต์ (สีเหลือง สีส้ม สีแดงและสีเขียว) รวมที่งปรับแต่งในรูปแบบโทนซีเปีย โทนสีฟ้า โทนสีม่วง และโทนสีเขียวได้ตามต้องการ
E-3 ออกแบบให้มีช่องเมมโมรี่การ์ด 2 ช่อง ใช้ได้แบบ CF Type I/II, Microdrive และ xD Picture Card ส่วนการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์ภาพผ่านช่อง USB 2.0 แบบ Hi-speed รองรับการสั่งพิมพ์ภาพตามมาตรฐาน PictBridge แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ชาร์จ Li-ion BLM-1 สามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 610 ภาพต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CIPA และมีอุปกรณ์เสริมแบตเตอรี่กริป HLD-4 ใส่แบตเตอรี่ได้ 2 ก้อน ช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้น ตัวกล้องมีขนาด 142.5x116.5x74.5 มม. น้ำหนักไม่รวมแบตเตอรี่ 810 กรัม/.
Main Feature Olympus E-3:
ความเร็ว
* ระบบโฟกัติอัตโนมัติเร็วที่สุดในโลก (ขณะนี้)
* Fully-biaxial high-speed 11-point AF system
* ควบคุมความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/8000th วินาที, X: 1/250
* ถ่ายภาพต่อเนื่อง 5fps เก็บบัฟเฟอร์ไฟล์ RAW ต่อเนื่อง 19 ภาพ
Image Quality
* มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวคุณภาพสูงในตัวเครื่อง ใช้ได้กับเลนส์ทุกกระบอก
(ขยับขึ้นราว 5 EV steps) ด้วย 2 โหมดการใช้งาน
* เซ็นเซอร์ Live MOS ความเร็วสูง ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
* TruePic III หน่วยประมวลผลภาพใหม่
* ใช้กับเลนส์ที่ออกแบบเพื่อกล้องดิจิตอล ZUIKO DIGITAL lenses
Live View
* จอแสดงผล 2.5”/6.4cm multi-angle HyperCrystal LCD
* Real-time effect monitoring
* Pre-control over white balance and exposure compensation
* Preview of Shadow Adjustment Technology (SAT)
* ขยายภาพ 5x/7x/10x เพื่อตรวจการโฟกัสให้แม่นยำ – เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ macro
Reliability
* ช่องมองภาพขนาดใหญ่ระดับมืออาชีพ ให้มุมมอง 100% และขยาย 1.15x เพื่อความแม่นยำในการควบคุมภาพ
* มีระบบขจัดฝุ่นในตัวเครื่อง (Supersonic Wave Filter)
* ป้องกันน้ำ (ละอองหรือน้ำหกราด) เข้าตัวเครื่องและระบบเลนส์
* อายุการใช้งานชัตเตอร์ 150,000 ครั้ง
คุณสมบัติที่น่าสนใจอื่นๆ ของ Olympus E-3:
* Based on the Four Thirds Standard
* ออกแบบตัวเครื่องให้ง่ายต่อการควบคุม ทั้งรูปทรงและการวางปุ่มควบคุม รวมไปถึงเมนูที่ทำงานเข้ากันได้ดี
* ตั้งค่า AE/AF lock ตามการใช้งานของแต่ละบุคคล
* จอแสดงผลรอง เพื่อความคล่องตัวในการควบคุม
* ISO 100-3200 for wide-ranging sensitivity
* วัด white balance แม่นยำด้วยเซ็นเซอร์ 2 ชิ้น
* แฟลซในตัว (GN13) และชุดควบคุมแฟลซไร้สายติดตั้งมาในตัว ควบคุมจากกล้องโดยตรง
* ควบคุมแฟลซไร้สายได้สูงถึง 3 กลุ่ม (separate press release available for Olympus FL-50R and FL-36R flash units)
* High-speed USB 2.0 interface
* High-speed data writing and lossless RAW compression for quick processing
* Simultaneous writing of RAW and JPEG
* การ์ดหน่วยความจำแบบ Dual memory slot ใช้ได้ทั้ง CompactFlash และ xD-Picture Cards
(incl. support for UDMA High-Speed CF cards and Microdrive)
............................
ที่มา : dpreview
Via : shutterphoto



