รีวิวแบบเป็ดๆ จะชัดไปไหน Samsung Galaxy S II
โดย เมื่อ
ถ้าพูดถึงมือถือที่เร็ว แรง และจอชัดที่สุดในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Samsung Galaxy S II เพราะด้วย CPU แบบ Dual-Core และจอแบบ Super AMOLED Plus ทำให้ Samsung Galaxy S II กลายเป็นมือถือ Hi-End ที่หลายคนจับตามอง และจ้องจะเป็นเจ้าของกัน ดังนั้นรีวิวแบบเป็ดๆนี้จึงไม่พลาดที่จะนำเครื่องมาลองใช้งาน แล้วมาเล่าถึงความประทับใจ รวมถึงข้อดีและข้อเสีย ให้ฟังกันครับ
Samsung Galaxy S II Specification
• CPU Samsung Exynos 4210 Cortex-A9 1.2 GHz Dual-Core
• RAM 1 GB
• Graphic Chip Mali-400 MP
• จอภาพขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล แบบ Super AMOLED Plus
• กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
• หน่วยความจำในตัวเครื่อง 16 GB รองรับ microSD ได้อีก 32 GB
• รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 3.0 และ 3G แบบ HSDPA 850/900/1900/2100 MHz
• ขนาดเครื่อง 125.3 x 66.1 x 8.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 116 กรัม
• แบตเตอรี่ 1650 mAh
• OS Android 2.3 (Gingerbread)
สเปคอื่นๆแบบละเอียด
ตัวเครื่อง

อุปกรณ์ที่มีมากับเครื่องก็เช่น สาย USB ที่ชาร์จ หูฟัง คูมือ และแน่นอน ตัวเครื่อง

จอภาพใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว แบบ Super AMOLED Plus เรียกว่าชัดมาก เพราะความละเอียดสูงถึง 800 x 480 พิกเซลทีเดียว

ด้านหน้ามีกล้อง 2 ล้านพิกเซล และปุ่ม Home ที่ด้านล่าง


ด้านบนเป็นช่องเสียหูฟัง ส่วนด้านล่างเป็นช่องเสียบ micro USB


ปุ่ม Power อยู่ด้านขวา ส่วนปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ด้านซ้าย และรูร้อยสายคล้องก็อยู่ที่ด้านซ้ายบนเช่นกัน น่าเสียดายที่ไม่มีปุ่มชัตเตอร์มาให้

ด้านหลังมีกล้องและไฟแฟลชอยู่ข้างบน ด้านล่างเป็นลำโพง Speaker

ลองแกะฝาหลังออก ก็จะเห็นแบทและช่องใส่ซิมแบบปรกติ และช่องใส่ microSD
ความรู้สึกแรกที่ได้จับ ตัวเครื่องเบามากกกก เบาพอๆกะเครื่อง BB เลยทีเดียว อาจจะเพราะด้วยวัสดุที่ทำจากพลาสติกแทบทั้งหมด เลยทำให้มันเบาได้ขนาดนี้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันดูไม่ค่อยทน และเป็นรอยนิ้วง่าย แต่ถ้าถามเรื่องความสวยหละก็ผมให้เต็มสิบนะ แต่ถ้าการใช้งานหละก็ได้ 8 พอ เพราะมันเหมาะกับคนมือใหญ่จริงๆ ผู้หญิงเลยดูจะถือลำบากไปหน่อย รวมถึงรูปทรงที่ด้านหลัง ตรงส่วนของกล้องและลำโพง มันปูดออกมา ทำให้เวลาวางมันกลายเป็นส่วนที่ถูกะพื้นแน่นอน เลยไม่รู้เขาทำมาเพื่อให้มันใส่กะเคสหรือเปล่า ซึ่งก็จะแก้ปัญหาในเรื่องที่คนไม่ชอบกันได้จริง แต่ความสวยก็อาจจะลดลง หรือกลายเป็นลวดลายตามใจเราไป
ต่อไปลองเปิดเครื่อง "แม่เจ้า!ไวโคตรๆ!!" ประมาณ 5 วิ ใช้งานได้แล้ว (กรณีเครื่องยังไม่ได้ลงอะไรทั้งสิ้น) แถมจอภาพก็ชัดมากๆ ปรับสว่างสุดนี้นึกว่าไฟฉาย เลยทำให้สิ่งแรกที่ทดลองอย่างแรกเลยเป็น ดูภาพ ดูวีดีโอแบบ Full HD 1080p ผ่าน Youtube สวยสดงดงาม ลื่นหัวแตกแบบไม่มีกระตุกให้เห็น เปิดลำโพงดังสุดก็ชัดเจนดี ไม่ดังมากเกินไป แต่ส่วนตัวรู้สึกเบาไปนิด และรู้สึกไม่มีเบสเลย ทำให้ฟังนานๆรู้สึกปวดหูพอสมควร

ลอง Benchmark ด้วย Quadrant ได้กราฟมาแบบพุ่งปรี๊ด ไม่รู้เอาไปเทียบกับอะไรดีเลย
เมื่อลอง CPU แล้วก็อดไม่ได้ที่จะลองเล่น Flash เพราะมือถือแอนดรอยด์หลายตัว อ้างว่ามีดีที่เล่น Flash ได้ แต่เอาเข้าจริงก็เล่นไม่ได้เพราะ CPU ไม่ถึง แต่ Galaxy S II นี้เล่นได้ลื่นดีครับ ลองเปิดที่ FuKDuK.com/Live ดูได้สบายๆ

จากนั้นลอง มัลติทัช ได้ถึง 10 จุด จะลองจุดที่ 11 แต่ทำไม่ไหวครับ เพราะมันต้องเอานิ้วอื่นมาช่วยกดแล้ว ถึงยังไงคนเราใช้งานจริงแค่ 5 ก็เหลือแหล่แล้วจริงไหม
ซอฟต์แวร์
มาถึงซอฟต์แวร์บ้าง ตัวแรกที่เราจะเจอคือ TouchWiz UI 4.0 ที่ไวขึ้น ปรับแต่งได้มากขึ้น แต่บางคนก็ไม่ชอบ แล้วจะลองเปลี่ยนไปใช้ Launcher ตัวอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา



และอีกอันคือ Samsung Hub แปลง่ายๆก็คือ กลุ่ม App ที่เราได้ทำการแบ่งประเภทไว้ ซึ่งมีอยู่ 4 ประเภทได้แก่
• Music Hub รวมเพลงและวีดีโอไว้ในนี้ และสามารถซิงค์กับคอมได้ แต่ไม่รู้ทำไมมันใช้ในประเทศไทยไม่ได้ครับ
• Games Hub แหล่งรวมเกมส์ มีเกมให้โหลด แต่จะเป็นพวกเกมส์เฉพาะใน Games Hub เท่านั้น ไม่ได้ App Games ปรกติ
• Readers Hub เป็นเหมือนชั้นหนังสือ รวมพวก E-Book ไว้ให้เรา เช่นพวกที่โหลดจาก App Amazon หรือ E-Magazine ต่างๆ
• Social Hub เป็นเหมือนโปรแกรมรวม Feed พวก New, Email, Facebook หรือ Twitter เข้าด้วยกัน เราจะได้ไม่ต้องเปิดหลายตัวเพื่ออัพเดท


แต่ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดเลยก็คือ ระบบ Motion ที่เพิ่มเข้ามา มันคือการขยับเครื่องในรูปแบบต่างๆแทนการสั่งงาน เช่น พลิกหน้าจอเพื่อปิดเสียง ขยับจอขึ้นลงแทนการซูม ขยับจอไปทางซ้ายขวาแทนการลากนิ้ว หรือตบบนเครื่องเพื่อสังการด้วยเสียง

App อื่นที่น่าสนใจอีกก็ได้แก่ AllShare สำหรับแชร์รูป วีดีโอ และเพลง กับคอมพิวเตอร์ หรือควบคุม Device อื่นๆที่มี App AllShare เหมือนกัน ผ่านระบบ WiFi และ App Kies air สำหรับจัดการไฟล์ในมือถือ หรือแชร์ไฟล์ต่างๆกับคอม ผ่านระบบ WiFi คล้ายกับพวก App WiFi File Explorer นั้นเอง

สรุปในด้านการใช้งานซอฟต์แวร์นั้น ผมยังไม่เจอปัญหากระตุกหรือช้า ไม่ว่าจะเป็นเกมส์หรือ App หนักๆขนาดไหน เจอแต่ค้างกับ Error พวก App บาง App ที่ไม่รองรับเท่านั้น อาจจะเพราะด้วย App ที่มีในปัจจุบัน ยังไปไม่ถึงระบบการใช้งาน CPU Dual-Core อย่างเต็มที่ก็ได้ แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงออก App แรงๆมาให้เห็นกัน
มาถึงกล้องบ้าง โดยส่วนตัว Blogger อย่างผม ที่ชอบพกกล้อง Compact เพราะว่ามันเบาและพกง่าย เมื่อมาใช้กล้องใน Galaxy S II นี้ถึงกับอึ้งครับ มันสามารถปรับได้ใกล้เคียงกับกล้อง Compact เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Mode Portrait, Landscape หรือ Panorama (พาโนราม่า) ก็มี ปรับ White Balance ปรับ Exposure ได้ ปรับ ISO เองได้ถึง 800 อีก แถมไฟเฟลชก็พอใช้ได้ ไม่น่าเกลียดอะไร ทำเอาผมอยากทิ้งกล้อง Compact ตัวเก่าผมไปเลยทีเดียว ส่วนข้อเสียก็มีอยู่บ้าง เช่นโพกัสช้าไปนิด แต่คนใช้ Compact มาคงไม่รู้สึกเท่าไหร่ และวีดีโอแบบ Full HD เวลาถ่ายจะซูมไม่ได้ ต้องใช้ความละเอียดต่ำกว่าลงมานั้นเอง



รูปภาพจากการทดลองกล้องที่เหลือ อยู่ที่ด้านล่างนะครับ เอามาใส่ไม่ไหว เดี๋ยวจะเยอะเกิน
สุดท้ายขอจบด้วยเรื่องแบตครับ ยอมรับว่าหมดไวพอสมควร ใช้ปรกติจะได้ประมาณวันนึงพอดี แต่ถ้าฟังเพลง แชทมาก ถ่ายรูปมาก ก็อาจจะหมดก่อนวันได้ ยิ่งถ้าใช้ 3G นี้ ลดฮวบๆ ทดลองเล่นต่อเนื่องผ่าน 3G ไม่เกิน 12ชม. ครับ เครื่องดับไปเลย สาเหตุหลักก็คือจอใหญ่ใช้ไฟเยอะ แต่แบตกลับมีขนาดความจุเท่าเดิม ซึ่งปัญหาเรื่องแบตนี้มีกับแอนดรอยด์แทบทุกรุ่น ดังนั้นผมคิดว่าผู้ผลิตหลายเจ้าควรจะเริ่มปรับปรุงตรงส่วนนี้ได้แล้ว เพื่อความสมบูรณ์ของการใช้งานสมาร์ทโพนครับ
เอ้า!! สุดท้ายจริงๆละ ขอบคุณ Winner Telecom Group มากๆครับ ในการให้ยืมเครื่องมารีวิว ใครสนใจลองเข้าไปดูราคาและโปรโมชั่นต่างๆของเขาได้ที่เว็บ winnertelecom.co.th นะครับ เห็นว่ามีบริการดีดีที่เราหาไม่ได้ตามร้านทั่วไปอยู่เยอะเลยทีเดียว เช่นมีของแถม ดูแลซอฟแวร์ฟรีตลอดชีวิต รวมถึงมี App แท้หลายอันให้เลือกลงได้อีกด้วย






























