ระวัง ! … อันตรายจากการขาด " คาเฟอีน "

ใครที่ชอบดื่มกาแฟ โดยเฉพาะกาแฟสดแรงๆเข้มๆ เชื่อว่าคงเคยประสบกับเหตุการณ์ลงแดงอยากกาแฟมาแล้วกันทั้งนั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญเขาคาดการณ์ว่า ประชากรกว่า 80 – 90 %  ของคนอเมริกาเหนือทั้งที่เป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่ โด๊บคาเฟอีนเป็นประจำทุกวันคะ ซึ่งครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ล้วนแต่เคยประสบกับอาการข้างเคียงอันเนื่องมาจากการขาดคาเฟอีนมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัว กระสับกระส่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือใจสั่น ซึ่งเราเรียกรวมลักษณะอาการทั้งหลายเหล่านี้ว่า ภาวะเสพติดคาเฟอีน ( caffeinism )คะ           
อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่ได้สนใจอาการที่ว่าเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าแค่ กรึ้บ กาแฟตามเข้าไป อาการทั้งหลายแหล่เหล่านี้ก็จะหายไปเอง แต่ถ้าเป็นคนที่จำเป็นต้องอดคาเฟอีนทั้งๆที่ตัวเองติดแสนจะติดละ จะทำอย่างไรดี...    
คนที่ต้องฝืนใจเลิกกับคาเฟอีนก็เช่นหญิงที่กำลังตั้งครรภ์คะ ซึ่งไม่ควรได้รับคาเฟอีนมากกว่า 200 มิลิกรัมต่อวัน หรือคนที่มีอาการตื่นตกใจหรือวิตกกังวลง่าย เพราะคาเฟอีนที่เป็นสารกระตุ้นประสาท ขืนกินเข้าไปมากๆ เดี๋ยวจะพากันตกอกตกใจกันเข้าไปกันใหญ่ นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่บริโภคคาเฟอีนเป็นประจำแต่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็จะถูกสั่งห้ามดื่มหรือทานอาหารก่อนการผ่าตัด ทำให้ต้องเผชิญกับภาวะเสพติดคาเฟอีนตามมาคะ โดยนักวิจัยจาก Johns Hopkins University ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้และพบว่า ยิ่งปรกติแล้วได้รับคาเฟอีนมากเท่าไหร่ การทนทุกข์กับอาการเจ็บปวดจากภาวะเสพติดคาเฟอีนก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้นคะ          

Michael Kuhar หัวหน้าแผนกระบบประสาท ที่ Yerkes National Primate Research Center มหาวิทยาลัย Emory กล่าวว่า อาการภาวะเสพย์ติดคาเฟอีนสามารถแสดงเดชได้หลังจากดื่มกาแฟแก้วสุดท้ายไปแล้วประมาณ 12 -20 ชั่วโมง และอาการปวดหัวปรี๊ดสุดๆอาจอยู่ได้นานถึงสองวัน และจากนั้นอาจจะทุเลาลงแต่ยังมีอาการได้อยู่เป็นอาทิตย์คะ

อย่างไรก็ตาม เวลาพูดถึง คาเฟอีน สมองของคนส่วนใหญ่จะโยงเข้ากับคำว่ากาแฟโดยทันที แต่จิงๆแล้ว ไม่ใช่แค่กาแฟเท่านั้นที่มีสารคาเฟอีนคะ ยกตัวอย่างเช่น น้ำชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังและช็อคโกแลต ต่างก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยทั้งนั้น และนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆสามารถติดคาเฟอีนได้ ซึ่งโดยประมาณแล้ว การกาแฟ 6 ออนซ์ จะมีคาแฟอีนประมาณ 100 มิลิกรัม, ชาและโคล่ามีคาเฟอีนประมาณ 40 มิลิกรัม ส่วนช็อคโกแลตแท่งและช็อคโกแลตร้อนมีประมาณ 10 มิลิกรัม และ 7 มิลิกรัมตามลำดับคะ

ทั้งนี้ คุณๆนักวิจัยก็ใจดี ได้แนะนำขั้นตอนในการ ลด-ละ-เลิก การติดคาเฟอีนว่า ควรจะทำไปแบบ ช้าๆ – Step by step ” คะ ไม่ควรซาดิซส์อดทั้งหมดไปเลยภายในครั้งเดียว โดยให้ลองลดการบริโภคลง อย่างใครที่เคยดื่มวันละแก้ว ก็ให้ลดลงเหลือซักครึ่งแก้วแทน หรือไม่ ก็ให้เปลี่ยนมาใช้สินค้าจำพวก " ดีแคฟ ( decaff : Decaffeinated ) " ซึ่งเป็นสินค้าที่สกัดคาเฟอีนออกแล้วแทนซักระยะหนึ่งก่อนคะ จะช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆให้ทุเลาลงได้คะ