มายด์แม็กซ์ นำเข้าเทคโนโลยี DMI ดูสามารถในการรับรู้จากลายนิ้วมือ

"จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของคุณเป็นอัจฉริยะหรือไม่!!" เป็นคำถามสำหรับคนที่มีลูกต้องอยากรู้เป็นอย่างมาก ซึ่งโดยทั่วไปอาจจะใช้แบบประเมินผลข้อสอบเพื่อใช้ในการวัด IQ ของเด็ก แต่แบบประเมินผลในลักษณะนี้ก็ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ทั้ง 100% เพราะยังมีโอกาสของความเคลื่อนจากตัวแปรหลายๆอย่าง เช่น อารมณ์และความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมีความพยายามที่จะคิดค้นวิธีซึ่งแม่นยำในการประเมินผลที่สมบูรณ์กว่า โดยขณะนี้มีวิธีที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง โดยอ้างอิงเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า Dermatoglyphics Multiple Intelligence หรือ DMI  คือการที่เราสามารถวิเคราะห์สมองในด้านสามารถในการรับรู้และความถนัด จุดอ่อนและจุดแข็งของคนๆนั้น เชื่อมโยงกับ "ลายนิ้วมือ"

เทคโนโลยี DMI นี้เป็นผลงานของ ดร.โรเจอร์ ดับบลิว สแปรรี่ เจ้าของโนเบลทางการแพทย์ชาวอังกฤษ ซึ่งเขาเชื่อว่า "ลายนิ้วมือ" มีความสัมพันธ์กับ "สมอง" โดยเขานำเอาองค์ความรู้และความจริงเกี่ยวกับลายนิ้วมือที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อนที่ว่า "ตั้งแต่เกิดจนตายคนเราจะมีลายนิ้วมือที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดชีวิต" มาบวกรวมกับการสังเกตลายนิ้วมือที่เป็นเอกลักษณ์ของเด็กที่มีลักษณะผิดปกติทางสมอง โดยนำตัวอย่างจากเด็ก 7 ล้านคนทั่วโลก มาสร้างเป็นฐานข้อมูลชุดใหญ่ที่ทำงานควบคู่กับความรู้ทางด้านจิตวิทยา เพื่อทำเป็นฐานข้อมูลใช้ในการวิเคราะห์ลักษณะของสมองในลักษณะเทียบเคียงกับรูปแบบการเรียนรู้ (Learning Style) และพหุปัญญา 8 ด้านของ Howard Gardner (Multiple Intelligence) ซึ่งการทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็ก และจะทำให้ผู้ปกครองจะเลี้ยงลูกอย่างถูกทางโดยที่ลูกจะได้ใช้ความสามารถในด้านต่างๆ อย่างเต็มศักยภาพ เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ โดยหลักการของ DMI จะอิงกับ 3 ทฤษฎีหลัก คือ สมองซีกซ้ายซีกขวาที่มีการทำงานแตกต่างกัน วิธีการเรียนรู้ว่าจะเรียนรู้วิธีไหนถนัดที่สุด และหลักของทฤษฎีพหุปัญญาที่พบว่าคนมีความสามารถด้านใดบ้าง โดยจะบอกว่าคนนี้ใช้สมองซีกไหนมากกว่ากัน จากนั้นเมื่อพ่อแม่รู้ว่าแล้วลูกใช้สมองซีกไหนมากกว่ากัน ก็จะเป็นข้อมูลว่าควรจะพัฒนาลูกแบบใดให้เหมาะกับเขา

ซึ่งในประเทศไทย บริษัท มายด์แม็กซ์ ได้นำเข้าเทคโนโลยี DMI นี้ พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยาเพื่อให้พ่อแม่ร่วมกันแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพเด็กได้อย่างถูกทาง โดยทาง ดร.อัญจลา จารุมิลินท ผู้อำนวยการบริษัท มายด์แม็กซ์ จำกัด กล่าวว่า "พ่อแม่สมัยนี้ถึงแม้จะสนใจเรื่องพัฒนาการของเด็ก แต่อาจจะไม่มีเวลาอยู่กับลูกมากนัก ทำให้ความเข้าใจในตัวลูกมีน้อยลงก็จะเกิดคำถามมากมายเวลาลูกมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และตอนนี้จะมีหลักการเลี้ยงลูกที่หลากหลายก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งไหนที่เหมาะกับลูก โดยยกตัวอย่างว่า มีครอบครัวหนึ่งพบว่าลูกชอบเล่นไวโอลีน แต่พอให้ซ้อมกลับไม่ยอม พอมาลองวิเคราะห์ดู ก็พบว่าเด็กชอบให้มีคนให้กำลังใจ ดังนั้นเวลาซ้อมก็ควรจะจัดเป็นเวทีให้คนมานั่งฟัง จะทำให้เด็กชอบมากและตั้งใจซ้อมมากขึ้น" โดยขั้นตอนในการใช้บริการนั้น คือผู้ปกครองพาลูกมาสแกนลายนิ้วมือ และส่งผลให้นักจิตวิทยาวิเคราะห์ จากนั้น 3-4 สัปดาห์จะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาชนิดตัวต่อตัว สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2636-2658-9 หรือ www.mindmax.biz