ฟีฟ่าเตรียมถกศึกเวิล์ดคัพ 2014 ขอเพิ่มกรรมการอีก 2
โดย เมื่อ
ดูเหมือนจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานขึ้นในวงการลูกหนังโลกซะแล้วค่ะ อันเนื่องมาจากลูกยิงเจ้าปัญหาของ แฟร้ง แลมพาร์ด กองกลางทีมชาติอังกฤษที่ต้องอกหักตกรอบ 18 ทีมสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย
ไม่ว่าจะมองมุมไหน อย่างไรก็เป็นประตูโดยชอบธรรมค่ะ จะมีก็แต่กรรมการเท่านั้นที่ไม่เห็นว่าบอลมันข้ามเส้นไปแล้วทั้งใบ หรือว่าพิษสงของลูกฟุตบอลนาม "เดอะ จาบูลานี่" นั้นจะลุกลามไปสู่ผู้ตัดสินเสียแล้ว
บอกตามตรงใครที่ได้ดูเกมเมื่อคืนก็คงจะคิดเหมือนกันว่าอังกฤษพอสู้ได้ โดยเฉพาะถ้าลูกนั้นกลายเป็น 2-2 เกมน่าจะสนุกและสมศักดิ์ศรีกว่านี้
เป็นธรรมดาและถือเป็นสเน่ห์อีกอย่างของเกมฟุตบอลที่มีกันมาช้านานค่ะ ทั้ง Hand of God ทั้งสองยุคนับตั้งแต่ ดิเอโก้ มาราโดน่า เรื่อยมาจนถึงเธียรี่ อองรี ทีมที่ได้ประโยชน์ แม้จะรู้ดีแก่ใจแต่ก็เงียบไปจะดีกว่าเพราะเป็นผลดีกับตัวเอง แต่ทีมที่เสียเปรียบก็ต้องออกมาโวยวายมันเป็นเรื่องธรรมดา
ทีนี้เรามาดูกันว่าการตัดสินใจของฟีฟ่าเกี่ยวการที่จะให้เพิ่มผู้ตัดสินพิเศษมายืนเฝ้าหลังเส้นประตูนั้นมันจะดีจริงหรือเปล่า ซึ่งคำตอบนั้นอาจไม่ดีเท่าการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตัดสินแน่นอน เพราะอย่างหลังย่อมเกิดความแม่นยำและเอื้อประโยชน์มากกว่า แต่สิ่งที่เสียไปก็คือความต่อเนื่องในเกมการแข่งขัน โดยเฉพาะในเกมที่ดุเดือดและสูสีนั้น หากมีการหยุดชะงักเพราะต้องคอยมาตรวจสอบอย่างเช่นกรณีลูกยิงของแลมพาร์ด ทั้งนักเตะและกองเชียร์อาจกลับมาสู่เกมไม่ได้ในภายหลัง เรียกได้ว่าหมดสนุกกันไป
หลายคน(โดยเฉพาะที่เชียร์เยอรมัน)บอกว่า ต่อให้ได้ลูกนั้นเป็นประตูแล้วอังกฤษก็ยังคงแพ้ด้วยสกอร์ 4-2 อยู่ดี ข้อนั้นไม่เถียงค่ะ เพราะเยอรมันเล่นได้ดีกว่า และอังกฤษเองก็ไม่เฉียบคมพอในทุกๆจังหวะ แต่อยากให้ลองคิดกลับกันดูบ้าง ถ้าบังเอิญทีมที่ได้ 4 ประตูเป็นอังกฤษ ทั้งๆที่เล่นแย่กว่าแต่ชนะนั้นมีถมไป แล้วทีมเยอรมันเป็นทีมที่ประสบปัญหาลูกบอลกระดอนเข้าประตูแต่ไม่ได้ประตูดูบ้าง อังกฤษก็คงจะโดนสื่อมวลชนโจมตีอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่านี้หลายร้อยเท่านัก ที่สำคัญเลยก็คือน่าเห็นใจคนทำประตู ในที่นี้ก็คือ แฟร้ง แลมพาร์ด มันคงจะเหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิตค้าแข้งเลยทีเดียว
ภาพประกอบจาก http://rakball.net







