บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์หัวใสพลิกวิกฤติ อัดหนังโป๊ชีวิตไทเกอร์!
โดย เมื่อ
เป็นอัตชีวประวัติที่ไม่น่าดูเอาเสียเลยค่ะ กับชีวิตด้านมืดของสุดยอดโปรกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก ไทเกอร์ วูดส์
เมื่อมีบริษัทหัวใสคิดที่จะหยิบเอาข่าวฉาวคาวโลกีย์ของเขามาปั้นแต่งเป็นหนังประเภทปลุกใจเสือป่าโดยใช้ชื่อเรื่องว่า "ป่าของไทเกอร์" (Tiger 's Wood)
เรื่องราวกลับตาลปัตรและลุกลามใหญ่โต เมื่อพญาเสือประสบอุบัติเหตุขับรถชนหัวน้ำดับเพลิงหน้าบ้านตัวเองตั้งแต่คืนวันศุกร์ ที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เรื่องก็คงเงียบไปถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นมันคือเวลา ตีสองครึ่ง!
ตามข่าวบอกว่า เอลิน นอร์เดเกรน ภรรยาสาวสวยชาวสวีดิช ของไทเกอร์ออกมาจากบ้านและใช้ไม้กอล์ฟตีไปที่รถหลายครั้งโดยอ้างว่าพยายามช่วยสามีออกมาจากรถ แต่นักข่าวเจ้ากรรมยังสงสัยในพฤติกรรมของพี่เสือ
จากนั้นเลยทราบว่าแท้จริงแล้วพี่เสือของเราแอบไปมีเดอะกิ๊กหุ่นสะบึมที่ชื่อ เรเชล ยูชิเทิล ซุกซ่อนไว้ โดยสาวเจ้าทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ไนท์คลับในย่านแมนฮัตตัน นิวยอร์ก
จากนั้นของจากนั้นอีกที บรรดาสาวๆทรงโตทั้งหลายจึงทยอยกันออกมาเปิดตัวว่า "หนูก็เคยเป็นคู่ขาพี่เสือนะคะ" กันมากกว่า 10 ราย! กลายเป็นมหากาพย์เดอะกิ๊กไปในไม่กี่ข้ามคืน
ล่าสุด เอลิน ภรรยาของไทเกอร์ที่มีลูกน้อยด้วยกันแล้วถึง 2 คน ได้คืนแหวนแต่งงานไปแล้วเรียบร้อย และเตรียมตัวหอบลูกหนีไปอยู่บ้านที่แอบซื้อไว้ก่อนหน้านี้ เป็นอันว่าครอบครัวแตกแยกแน่นอนแล้วสำหรับโปรกอล์ฟผู้ได้ฉายาใหม่ว่า "พญาเสือกระหายรัก"
และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นเหตุให้ บริษัทวิวิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Vivid) เกิดปิ๊งไอเดียจับเรื่องราวฉาวโฉ่ของไทเกอร์มาสร้างหนังซะเลย แต่ของแบบนี้บอกกล่าวเรื่องดีๆก็ดูจะเป็นการกลบกระแสไปหน่อย อีกอย่างนับตั้งแต่มีข่าวออกมาทำนองนี้ คะแนนนิยมของไทเกอร์ก็ลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย อย่ากระนั้นเลย นำเสนอด้านมืดดูท่าจะขายดีกว่า...ว่างั้น
สตีฟ เฮิร์สช์ ซีอีโอของบริษัท วิวิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Vivid) เผยว่า “ข้อเสนอของเราคือนำเรื่องชู้รักของ ไทเกอร์ วูดส์ ที่กำลังฮือฮาอยู่ในขณะนี้สร้างเป็นหนัง เราจำเป็นที่จะต้องตระเตรียมเรื่องราวต่างๆ และรายละเอียดทุกอย่างที่มั่นใจว่าจะถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาออกมาให้ได้มาก ที่สุด”
สำหรับหนังวาบหวิวเรื่องนี้ ได้ ไทเลอร์ ไนต์ พระเอกหนังปลุกใจมารับบทพญาเสือ และ เคย์เดน ครอสส์ นางเอกหนังอย่างว่า จะมาเป็น เอลิน นอร์เดเกรน ภรรยาของไทเกอร์ โดยกำลังเร่งถ่ายทำและคาดว่าน่าจะนำมาวางขายตามท้องตลาด(เมืองนอก) ในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้



