บัญญัติ 6 ประการ กับการซื้อ "กล้องดิจิตอล" คู่ใจ

เพื่อนๆ เคยถามกะตัวเองมั้ยเวลาจะซื้อ กล้องดิจิตอล ว่าเราต้องการอะไรบ้าง? แน่นอนละ คำถามส่วนมากของผู้ที่จะซื้อ กล้องดิจิตอล ก็คือ จะซื้อกล้องรุ่นไหนดี จึงจะเหมาะกับเจ้าของ และใช้งานได้นานๆ ไม่ต้องซื้อใหม่ในอนาคตอันใกล้ เราจึงได้สรุป บัญญัติ 6 ประการในการซื้อกล้องดิจิตอล ดังนี้

1. ถามความต้องการในการใช้งานของตนเอง
เราเห็นว่า.. หลายๆ คนเวลาซื้อ กล้องดิจิตอล ก็จะเลือกซื้อแบบที่มันแพงๆ หน่อย เพราะคิดว่ามันต้องดี แต่อันที่จริงแล้วจากประสบการณ์ มันก็ไม่จริงไปทั้งหมด เราจะขอยกตัวอย่างเพื่อนคนหนึ่งซึ่ง ซื้อกล้อง Digital ราคาแพงมาตัวหนึ่ง ราคาหลายหมื่นบาท เป็นกล้องแบบมืออาชีพเลยทีเดียว

แต่ปรากฏว่า เวลาเอาไปใช้งานกลับไม่สะดวก เพราะตัวมันใหญ่เทอะทะ เวลาพกไปไหนก็ลำบาก เวลาถ่ายก็ต้องปรับความละเอียดให้ต่ำลง เพราะถ้าถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด ภาพจะมีขนาดใหญ่มาก เวลาเอาลงคอมหรือปรับแต่งก็ช้ามากแถมมันก็ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายรูปเท่าไหร่ ถ่ายแบบอัตโนมัติเป็นอย่างเดียว แบบนี้ก็เรียกว่าเสียเงินไปเปล่าๆ เห็นไหมละคะว่า.. สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องทราบความต้องการของตนเองก่อนว่า ต้องการ กล้องดิจิตอล ไปใช้งานทำอะไร

- ใช้งานทั่วๆ ไป
หมายถึงการนำไปใช้งานในการถ่ายภาพทั่วไป ถ่ายรูปเวลาไปเที่ยว เก็บภาพทั่วๆ ไป เป็นต้น โดยลักษณะนี้ กล้องก็ไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรมากมาย ความละเอียดก็ซัก 4 ล้าน pixel ก็พอแล้ว

- ใช้ในการทำเว็บไซต์
ภาพ ที่ลงในเว็บไซต์ ปกติก็ไม่ได้ต้องการภาพขนาดใหญ่อยู่แล้ว ปกติซัก 4 ล้าน pixel ก็เหลือเฟือ นอกจากจะนำไปใช้ถ่ายรูปที่ต้องการคุณภาพสูงมากๆ หรือเงินมันเหลือใช้ก็ตามใจ

- ใช้ในการรับจ้างถ่าพภาพตามงานต่างๆ
ในการถ่ายในลักษณะนี้ แน่นอนว่าคงจะต้องใช้กล้องที่ดีหน่อย จริงๆ ควรจะเป็น กล้องดิจิตอล SLR ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่ากล้องดิจิตอลแบบ compact ไม่ดีพอ แต่แน่นอน คนจ้างคงอยากจ้างคนที่มีกล้องแบบมืออาชีพมากกว่า ซึ่งควรจะมีความละเอียดประมาณ 5-6 ล้าน pixel

- ใช้ในการทำสิ่งพิมพ์ หรืองานสตูดิโอ
แน่นอนว่าเพื่อนๆ ต้องซื้อกล้อง ดิจิตอล SLR ซักตัว เพื่อที่จะได้ปรับค่าต่างๆ เปลี่ยนเลนส์ แฟลซ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆได้ตามใจ ความละเอียดก็ไม่ควรต่ำกว่า 5 ล้าน Pixel

2.เลือกคุณสมบัติของกล้อง
คุณควรรู้จักค่าคุณสมบัติของกล้องเหล่านี้ เวลาไปเลือกซื้อ เพื่อที่จะเลือกกล้องได้เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด

- ความละเอียด
2 Megapixels  ขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด  5 x 7   นิ้ว  (รูปถ่ายขนาดปกติ ถ่ายภาพทั่วไป ทำเว็บ)
3 Megapixels  ขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด  8 x 10 นิ้ว  (ถ่ายภาพทั่วไป งานที่ต้องการคุณภาพพอสมควร)
ตั้งแต่ 4 Megapixels ขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด กระดาษ A4 ขึ้นไป  (งานสิ่งพิมพ์ งานนิตยสาร งานที่ต้องการคุณภาพของงานสูงๆ)

- ความสามารถในการซูม
โดยปกติ เราจะเห็นว่ามีการเขียนถึงรูปแบบการซูมอยู่ 2 อย่างคือ Optical zoom กับ Digital zoom โดยจำไว้ว่า ไม่ต้องสนใจกับค่า digital zoom โดยการ zoom แบบนี้เป็นการขยายรูปจากไฟล์ภาพธรรมดา ซึ่งเราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำทีหลังได้อยู่แล้ว แต่ให้สนใจค่า Optical zoom ซึ่งเป็นการ Zoom จากเลนส์จริง ซึ่งแน่นอน ยิ่ง zoom ได้มากก็ยิ่งดี

- เรื่องของ Battery
แน่นอน แบตเตอรี่นั้นก็สำคัญมากๆ เพราะหากแบตเตอรี่หมด กล้องดิจิตอล ก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับธรรมดาๆ ควรพิจารณาดูด้วยว่าแบตเตอรี่ที่ใช้นั้น เป็นแบบไหน แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้แบตเตอรี่แบบที่ชาร์จไฟได้ เพราะจะถ่ายภาพได้นานกว่า และไม่เปลืองสตางค์อีกด้วย อายุการใช้งานก็สำคัญเช่นกัน ควรดูด้วยว่ากล้องรุ่นนั้นเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว สามารถถ่ายภาพได้กี่ภาพแบตเตอรี่จึงจะหมด โดยปกติก็ไม่ควรน้อยกว่า 150-200 ภาพ เป็นอย่างน้อย

- ความสามารถในการปรับแบบ Manual
การปรับค่าแบบ Manual จะอนุญาตให้คุณ สามารถปรับค่าบางอย่างได้เอง เช่น ค่าความกว้างของรูรับแสง ความเร็ว ชัตเตอร์ เป็นต้น ซึ่งถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วไม่รูว่าค่าเหล่านี้คืออะไร ความสามารถในการปรับแบบ Manual นี้ ก็คงไม่จำเป็นสำหรับเพื่อนๆ

- ขนาด รูปร่าง และน้ำหนัก
เพื่อนๆ ควรจะพิจารณา ขนาด รูปร่าง และน้ำหนักของกล้องด้วยว่าเหมาะสมกับเพื่อนๆ หรือว่าถูกใจรึเปล่า ซึ่งอันนี้คงต้องพิจารณาเอาเองแล้วละคะ

3. ตั้งงบประมาณในการซื้อกล้อง
เอาเป็นว่าตอนนี้เพื่อนๆ ก็คงพอจะรู้แล้ว ว่ากล้องดิจิตอลที่ต้องการนั้นควรมีคุณสมบัติยังไง ทีนี้ก็ลองตั้งงบประมาณดูนะคะ ว่าเพื่อนๆ มีเงินที่จะซื้อกล้องเท่าไหร่ และจะซื้อรุ่นไหนที่คุณสมบัติตรง และอยู่ในงบประมาณได้บ้าง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของแต่ละคนนะคะ

4. ดูตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากกล้องที่ต้องการซื้อ
อันนี้ก็สำคัญนะคะ บรรดากล้องยี่ห้อดังๆ ทั้งหลายในราคาใกล้เคียงกัน คุณภาพมักไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ภาพนี่สิ แต่ละยี่ห้อก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง บางยี่ห้อสีของรูปดูเป็นธรรมชาติ บางยี่ห้อสีสันสดใส บางยี่ห้อสีโทนออกนุ่มๆ ซึ่งถ้าถามว่าอันไหนสวยกว่ากัน อันนี้เราก็ตอบไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปฟังใครพูดว่ายี่ห้อไหนสวยกว่ากัน จงดูด้วยตาของตัวเองดีกว่าจะได้ถูกใจเพื่อนๆ ที่สุด

5. เปรียบเทียบราคากล้องรุ่นที่คุณสนใจ
เมื่อเพื่อนๆ ทราบแล้วว่จะซื้อกล้องรุ่นไหน ที่สำคัญอย่าลืมดูราคาหลายๆ ร้าน ซึ่งโดยปกติแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องซื้อกับร้านใหญ่ๆ หรือว่าต้องซื้อในห้างฯ เพราะถ้ากรณีรับประกันศูนย์มันก็ไม่ต่างกันอยู่แล้ว ดังนั้นควรพิจารณาร้านที่ขายราคาถูก น่าเชื่อถือ และเดินทางไปที่ร้านสะดวก (ใกล้บ้าน) เวลาของมีปัญหาจะดีกว่า อ้อ แล้วที่สำคัญอย่าลืมดูด้วยว่าของแถมแต่ละร้านมีอะไรบ้าง เพราะบางร้านอาจจะขายถูก เพราะไม่แถมอุปกรณ์ที่จำเป็นบางอย่าง เช่นหน่ายความจำ เป็นต้น จึงควรถามให้แน่ใจก่อน

6. ดูการรับประกัน
การรับประกันนี้สำคัญมั๊กมากคะ เพราะอุปกรณ์ถ่ายรูปแบบอิเลคทรอนิคมีโอกาสเสียง่ายกว่าอุปกรณ์ถ่ายรูปที่เป็นกลไก ที่ไม่ซับซ้อนแบบเดิมๆ ดังนั้นเราควรพิจารณาให้ดี ซึ่งการรับประกันจะมี 3 แบบคือ

- ประกันศูนย์ หมายถึงรับประกันโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรง ซึ่งแบบนี้ก็ไม่ต้องพิจารณาอะไรมาก เพราะเค้าจะมีศูนย์ซ่อมและอะไหล่ไว้บริการเวลาเครื่องเสียอยู่แล้ว

- ประกันร้าน แบบนี้หมายถึง ทางร้านนำกล้องเข้ามาขายเอง ไม่ได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายโดยตรง จึงได้ราคาถูกกว่า เพราะไม่ต้องกันราคาไว้ตั้งศูนย์บริการหลังการขาย แต่ก็เสี่ยงกว่า ในแบบนี้แน่นอนถ้าเสียทางร้านก็คงต้องเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งก็คงยากมากที่จะซ่อมเร็วกว่าศูนย์ และในบางกรณีอาจโดนโบ้ยได้ (โบ้ยเป็นภาษาจีนแปลว่าไม่รับผิดชอบ) จึงต้องพิจารณาร้านที่จะซื้อให้ดี แนะนำว่าถ้าราคาไม่ถูกกว่ามากนัก ก็ซื้อแบบประกันศูนย์เถอะคะ สบายใจกว่า

- ประกันแบบตัวใครตัวมัน โดยแบบนี้เห็นบางราย นำเข้ามาขายในลักษณะหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีอาชีพขายกล้องโดยตรง แน่นอนราคาถูกกว่า(แต่ผมว่าก็ไม่เท่าไหร่) แต่แบบนี้เวลาเสียขึ้นมาคิดหรือว่าเค้าจะหิ้วกล้องของคุณไปที่ต่างประเทศ เพื่อเอาไปซ่อมให้ ฝันกลางวันแน่ๆ

และสุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนเลือกซื้อกล้องได้ถูกใจถูกราคานะคะ ^___^