ทึ่ง! ค้นพบหนุ่มเมืองช้างสู้ชีวิต ตาบอดก็ชกมวยได้

 

สุดทึ่ง ! หนุ่มตาบอดแต่กำเนิดวัย 28 จากจังหวัดสุรินทร์ สู้ชีวิต มุ่งมั่นฝึกฝนร่างกายและศิลปะแม่ไม้มวยไทยผนวกหัวใจที่แข็งแกร่งไม่ย่อท้อ กระทั่งได้ขึ้นสังเวียนผ้าใบตระเวนชกมวยไทยตามเวทีต่างๆ หาเงินเลี้ยงชีพโดยได้ค่าตัวถึงไฟลท์ละ 1500 บาท และสามารถชนะน็อกคู่ต่อสู้มาแล้ว 4 ครั้งรวด จนชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งจังหวัด เผยหัวใจรักหมัดมวยพร้อมเสมอในทุกเวทีแต่คู่ต่อสู้ต้องปิดตาด้วย

หนุ่มสู้ชีวิตรายนี้มีชื่อจริงว่า นายสุเจตต์ สาลี หรือฉายา เจตชัย ป.เชิดชัย อายุ 28 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 83 ม.4 บ.หนองกอง ต.ขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีสายตาฝ้าฟางมาตั้งแต่เด็กแต่พอเริ่มโตอาการทรุดหนัก จนบัดนี้บอดสนิททั้งสองข้าง ตกอยู่ในโลกมืดมาตลอด

ชีวิตครอบครัวบิดามารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเล็ก มีพี่น้อง 6 คน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 3 คนเช่นกัน ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับพี่สาวซึ่งก็ออกเรือนไปแล้ว ต่อมาจึงได้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพนวดแผนไทยโบราณ กับสมาคมคนพิการจังหวัดสุรินทร์ พอจบหลักสูตรแล้วจึงหาเลี้ยงชีพ ด้วยการนวดแผนโบราณ อยู่พักหนึ่ง แต่รู้สึกไม่ค่อยชอบอาชีพนวดแผนโบราณ

จากนั้นได้พบกับ นายเชิดชัย สังเกตกิจ ผู้พิการทางสายตา อดีตนายกสมาคมคนพิการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายมวย “ป.เชิดชัย” จึงได้สมัครเข้า ฝึกหัดชกมวยไทยกับนักมวยที่มีสายตาปกติในค่ายโดยมี 2 เทรนเนอร์ อย่าง “ครูหวล โนนธาตุ” และ “สุนทร พันยุทธภูมิ” ฝึกสอนแม่ไม้มวยไทยให้อย่างเต็มที่

จนกระทั่งเดือน ต.ค. 2552 ที่ผ่านมา ทางค่าย ป.เชิดชัย ได้จัดประกบคู่ให้ตนขึ้นชกมวยไทย กับ นักชกที่มีสายตาดีปกติทั่วไปแต่มีข้อแม้ว่าคู่ชกต้องปิดตา ในงานการกุศลพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยตั้งชื่อนักมวยไทยให้ตนคือ “เจตต์ชัย ป.เชิดชัย” น้ำหนักตัว 56 กิโลกรัม ชกในรุ่นซุปเปอร์แบนตั้มเวท 122 ปอนด์

ซึ่งผลการชกในครั้งแรกนั้นปรากฏว่านักมวยสายตาดีที่ปิดตาชกกับเจตต์ชัยนั้น ถูกน็อกคาเวที หลังจากนั้นเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังภายในจังหวัด หัวหน้าค่ายเห็นแววดี จึงพาตระเวนชกอีก 4 ครั้ง และสามารถชนะน็อกคู่ต่อสู้ได้อีก 3 ครั้ง  เสมอ 1 ครั้ง

ด้านนายเชิดชัย สังเกตกิจ เจ้าของค่าย มวย ป.เชิดชัย ซึ่งมีความพิการทางสายตาเช่นกัน เปิดเผยว่า ค่าตัวในการชกต่อครั้งของ เจตชัย ป.เชิดชัย อยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 บาท ส่วนอาหารการกินที่อยู่หลับนอนสมาคมฯเป็นผู้ดูแล จึงทำให้เจตชัยสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ และพร้อมเสมอในทุกเวทีหากคู่ต่อสู้ต้องการขึ้นชกกับ เจตชัย โดยการปิดตาชก

“เจตชัย ขึ้นชกมวยเป็นความสมัครใจของเขาเอง ไม่มีใครบังคับเขา หากเขาไม่ชก เราก็ไม่บังคับ และจะหาอาชีพอย่างอื่นให้เขาทำต่อไป” นายเชิดชัย กล่าว

แม้ใครจะบอกว่าหนุ่มคนนี้ได้พรสวรรค์อื่นมาทดแทนสิ่งที่เขาเสียไป แต่เชื่อสนิทใจค่ะว่าถ้าเลือกได้ เขาคงอยากมองเห็นโลกเหมือนคนปกติมากกว่า และในเมื่อชะตากรรมเป็นแบบนี้ก็คงได้แต่ยอมรับและเผชิญมันต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ...น่าชื่นชมนะคะ...คนดีๆ มีอวัยวะครบ 32 ดูไว้ค่ะ เก็บไว้เป็นกำลังใจให้กับตัวเอง

via : http://news.nipa.co.th