ถ้าวันหนึ่ง ไม่มี "สตีฟ จอบส์" ขึ้นมา??
โดย เมื่อ
สาวกอย่าเพิ่งตกใจ ผมไม่ได้จะมาแช่งศาสดา แต่ด้วยสาเหตุที่ทุกท่านทราบดี ว่าเขาลาป่วยไปเมื่อวาน ทำเอาหลายคนฮือฮา แถมหุ้นร่วงอีกตะหาก ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่า "ถ้าวันหนึ่งไม่มีเขาขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเนี๊ย??" รวมถึงแผนการรับมือต่างๆของ Apple มันจะออกมาเป็นแบบไหนบ้าง เรามาลองเดาๆกันครับ
เรื่องแรกเลยคือเรื่อง "หุ้นตกแหง" อย่างที่รู้กันว่า สตีฟ จอบส์ ลาป่วยไปเมื่อวาน ทำเอาหุ้นร่วงไป 7-8% เหมือนกับกรณีเมื่อปี 2009 ที่เขาลาไปรักษาตัว หรือปลูกถ่ายตับ ก็ทำเอาหุ้นร่วงไปเยอะเช่นกัน แต่ที่อยากจะบอกคือ ผลกระทบของหุ้นตกเพราะ CEO ของบริษัทลาป่วยหรือเกษียณนั้น มันมีกันแทบทุกบริษัทหละครับ แล้วยิ่งบริษัทใหญ่ระดับโลก ผลกระทบก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเราจะถือเอาเรื่องหุ้นตก มาเป็นข้อสรุประหว่างจอบส์และแอปเปิลไม่ได้ เพราะเราต้องเข้าใจว่า การซื้อขายหุ้นนั้นมันเป็นธุรกิจที่มองกันในด้านของตัวเลขและจังหวะ นักเล่นหุ้นทั้งหลายเขามองว่า ถ้าเทขายตอนนี้ หรือช้อนซื้อตอนหน้า มัน "กำไร" กว่าเท่านั้นเอง
แต่ก็จริงอยู่ ที่ว่าจอบส์นั้นมีความน่าเชื่อถือสูงมากต่อบริษัทแอปเปิล เรียกว่าเป็น CEO อันดับหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ (หลายคนคงเคยได้ยิน "แอปเปิล = สตีฟ จอบส์") เราเลยปฏิเสธไม่ได้ว่าหุ้นคงจะร่วงหนักกว่าบริษัทอื่นแน่ๆ อันนี้ก็คงต้องอยู่ที่แผนรับมือของทางแอปเปิลแล้วหละ ว่าเขาจะดึงความน่าเชื่อถือกลับมาได้หรือไม่
จบเรื่องหุ้นไป เรามาดูเรื่องอื่นกันต่อ "การบริหารจะพลาดไหม การตลาดจะล้มเหลวหรือเปล่า" ปรกติจอบส์จะเป็นคนตัดสินใจในกลยุทธ์สำคัญๆ แต่แผนกลยุทธ์นั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากทีมผู้บริหารและการตลาดของแอปเปิลเอง เรียกได้ว่าทีมงานของแอปเปิลนั้นก็มีฝีมือ และเป็นคนดังของวงการเช่นกัน ทั้งยังมี Tom Cook ที่เป็นเหมือนมือขวาของจอบส์อีก ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้ว่าแอปเปิลมีทีมงานที่ดีพอที่จะเดินหน้าต่อไปได้ แต่เรื่องการเป็นผู้นำของวงการนั้น เรื่องนี้ยังคงเป็นที่กังขา เพราะการที่แอปเปิลมายืนถึงจุดนี้ได้ ก็ด้วยยวิสัยทัศน์และความกล้าได้กล้าเสียของจอบส์ และเมื่อไม่มีเขาขึ้นมา ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Tom Cook จะรับหน้าที่นี้ได้อย่างไร
ต่อด้วยเรื่อง "สินค้าอาจห่วยลง บริการอาจแย่ขึ้น" อันนี้ผมว่าไม่ต้องเป็นกังวลเลย เพราะจอบส์เขาไม่ได้ทำหน้าที่ผลิตหรือบริการ แต่ทำหน้าที่ตัดสินใจ ว่าสินค้าตัวไหนน่าจะผลิตแล้วขายได้ หรือควรจะตอบสนองลูกค้าอย่างไร ดังนั้นสินค้าตระกูล i ที่เราเห็นๆอยู่นี้ ก็มาจากฝีมือเทคนิเชียลของแอปเปิลทั้งนั้น รวมถึงงานบริการที่ส่วนมากทางทีมบริหารจะเป็นคนตัดสิน อีกทั้งจอบส์ยังวางคอนเซปของสินค้าเขาไว้อย่างชัดเจน เราจึงหมดห่วงเรื่องปัญหาสินค้าไปได้ ถึงจะมีปัญหาจริง ก็คงไม่เกี่ยวกับที่จอบส์อยู่หรือไม่อยู่แล้วหละ ยกตัวอย่างเช่น iPhone 4 ไง ฮ่าๆๆ
แต่กระนั้น การที่แอปเปิลจะเป็นผู้นำในตลาดใหม่ๆ ก็ยังเป็นที่กังวลเหมือนเดิม ยกตัวอย่างกรณีการวางขาย iPad ที่ตอนนี้ตลาด Tablet มันดังได้ ก็เพราะการตัดสินใจที่สุดยอดของจอบส์นั้นเอง
สรุป ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ถ้าวันหนึ่งไม่มี สตีฟ จอบส์ ผมว่ามันคือ ความเสียดายและกังวล ที่วิสัยทัศน์และการตัดสินใจอันยอดเยี่ยมของคนๆนึงได้หายไปนั้นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นทั้งเหตุผลและความรู้สึกปนเปกัน วัดค่าไม่ได้ และส่งผลกระทบได้มากมายหลายทาง ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการหาคนมาแทน แต่ด้วยความสามารถของจอบส์ที่พวกเราได้สัมผัสกันมาตลอด อาจจะทำให้คนที่มาแทนนั้น ต้องปวดหัวและใช้เวลาพิสูจน์กันนานนิดนึง
ส่วนแผนรับมือ ผมว่าทางแอปเปิลเขาก็ต้องเตรียมการไว้บ้างแล้วหละ (อันนี้ผมเดาล้วนๆ) เขาคงไม่ปล่อยให้ศาสดาม่องคาบริษัทแหง เพราะมันคงส่งผลเสียเยอะมากๆ ผมว่าน่าจะเป็นการเกษียณไปเมื่อถึงเวลาอันควรซะมากกว่า โดยก่อนเกษียณนั้นเขาก็คงต้องยกใครขึ้นมา (คาดว่า Tom Cook นั้นแหละ) เพื่อให้ทุกคนเชื่อถือในตัวเขามากพอก่อนเช่นกัน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นจอบส์ปลีกตัวมากขึ้นหลังจากนี้ เพราะมันเป็นแผนรับมือของทางแอปเปิลก็ได้นะครับ
ps.เห็นต่างอย่างไรก็เม้นเข้ามานะครับ เพราะบล๊อกนี้เป็นแค่การวิเคราะห์ของผมคนเดียวเท่านั้น ถ้าได้ท่านอื่นมาเสริมหละจะดีมากๆ



