ซื้อของ (มือสอง) อย่างไรไม่ให้ช้ำใจทีหลัง

ในยุคเศรษฐกิจอย่างนี้จะหยิบจับควักตังค์จ่ายแต่ละที ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก   
ยิ่งถ้าให้ซื้อของใหม่ราคาแพงก็คงจะบาย   เอ๊ะ...พอหันมามองร้านด้านข้าง  
"มือสอง"  นี่หว่า!  แวะสักหน่อยก็คงจะดีได้ราคาถูกชัวร์

เดี๋ยวนี้ถามใครๆเค้าก็ใช้ของ "มือสอง" กันทั้งนั้น  [แต่เป็นมือที่สองไม่เอานะค่ะ]
แถมยังได้กระแสตอบรับดีจากกลุ่มวัยรุ่นที่ทุนน้อย  ถอยบ่อย  เปลี่ยนตลอด
ไม่ว่าจะที่ วังหลัง  จตุจักร  สะพานพุทธ  ปัฐวิกรณ์   ก็แน่ละค่ะ
ก็ของมือสองราคาถูกเลยเปลี่ยนได้บ่อยตามแฟชั่นไม่ต้องมานั่งเสียดาย  
แถมไม่ลำบากกระเป๋าแบนๆอีกด้วย

อู๊ย.......เกริ่นมาเยอะละ  มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า  
วันนี้เราเลยขอเสนอทริคดีๆในการเลือกซื้อของ (มือสอง) มาฝากกัน

1. สินค้า

อันนี้คงไม่ต้องหว่ง  หากใครที่คิดจะริซื้อของมือสองแล้ว น่าจะรู้ดีว่า..ก็คงต้องทำใจ
และยอมรับได้กับสภาพสินค้าที่เห็นก่อนซื้อ   แต่ขอแนะนำให้สแกนตรวจสอบ
รายละเอียดสินค้า (มือสอง) ให้ดีซะก่อนนะ  [เพราะซื้อแล้วเค้าไม่รับคืน]
แบบว่าตาดีได้ตาร้ายเสียนะจ๊ะ

2. ทดลอง

ถึงจะเป็นมือสองยังไงก็ต้องลอง  เพราะส่วนมากของมือสองนี้ เค้ามักจะขายเป็นกองๆเยอะๆ  
ซึ่งมักจะมีแค่แบบเดียว ชิ้นเดียว ไม่มีเบอร์  ไม่มีไซน์ ให้แน่ใจว่าเราใส่ หรือใช้ได้จริงๆ  
โดยเฉพาะรองเท้ามือสองที่ยังไงก็ต้องลองใส่ดู

**แต่ขอเตือนไว้นะค่ะ!  ว่าอย่าลองรองเท้าพร้อมกันทั้งคู่แล้วเดินห่างจากคู่เก่าที่ใส่มา  
เพราะเพื่อนๆอาจจะไม่ได้รองเท้าคู่เก่าที่ใส่มากลับไป  แต่จะได้คู่ใหม่ (มือสอง) ที่ลอง
ติดเท้ากลับบ้านแทน

3. ราคา

ก็รู้กันดีอยู่แล้ว ของมือสองราคาแสนถูก  แถมพ่อค้าหัวใสเข้ายังมีโปรโมชั่น
ให้อีกต่างหาก  "ซื้อ 1 ชิ้น 80 บาท  แต่ถ้าซื้อ 2 ชิ้น 120"  [หู๋!...ซื้อ 2 ชิ้นถูกกว่าตั้งเยอะ]
และแล้วก็ติดเยื่อฟาดไป 2 ชิ้น ทั้งๆที่ตั้งใจอยากได้แค่ 1 แต่เยื่อเห็นว่าถูกกว่าถ้าซื้อ 2 ชิ้น
ก็เลยโดนซะ ต้องเพิ่มไปอีก 40 บาท เพื่อซื้อชิ้นที่ 2  แล้วกลับมานั่งกุ้มว่าซื้อมาทำไม?

เชื่อได้ว่า...หลายคนมักจะเป็นเช่นนี้ เมื่อเจอกลยุทธของพ่อค้าเข้าไป
เป็นต้องเสร็จเกือบทุกราย  ฉะนั้นควรคิดให้ดีก่อนหยิบชิ้นที่ 2 ติดมือมา

4. สุขอนามัย

หลังจากเป็นที่ถูกอกถูกใจ ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว เราก็ควรที่จะนำกลับมาทำความสะอาด
ฆ่าเชื้ออีกครั้งก่อนนำไปใช้งาน  เพราะไม่รู้ว่าสินค้า (มือสอง) ชิ้นนั้นเคยผ่านศึกอะไรมาบ้าง
ซึ่งบ้างทีมันอาจจะไม่ได้เป็นแค่มืองสอง  แต่อาจจะเป็นมือสาม  มือสี่ แล้วก็เป็นได้
และทุกครั้งที่ไปสัมผัส หรือลองของมือสอง ถึงแม้จะไม่ได้ซื้อก็ควรต้องทำความสะอาด
บริเวณที่สัมผัสเช่นกัน  เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคที่ปะปนมากับของมือสองเหล่านั้น

ขอบคุณภาพ: dek-d.com