จัดเต็ม!! Review แบตเตอรี่แบบพกพา ตอนที่ 2 กับ ก้อนพลังงาน Energizer XP2000

ตั้งแต่สมาร์ทโฟนมันสามารถต่อเน็ต เช็กเมล์ คุยงาน หรือกระทั่งเล่นพวกโซเชี่ยลต่างๆเช่น Facebook Twitter ได้อย่างสะดวก พวกเราชาวกรุงก็เริ่มอยู่กับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้งานมันอยู่เรื่อยๆ และเริ่มให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ มันเลยเกิดปัญหาในการใช้สมาร์ทโฟนแบบชาวกรุงอย่างเราขึ้น นั้นก็คือ แบตหมด ซึ่งนี้เองก็เป็นที่มา ที่ทำให้ผมอยากรีวิวอุปกรณ์ที่เรียกว่า แบตเตอรี่แบบพกพา เพื่อให้ใครหลายๆคนได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของมันกันครับ และในตอนแรกผมได้รีวิวตัว MiPow Power Tube 6600 ไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ก็ถึงตาของ Energizer บ้างหละ ตัวแรกที่จะลองคือตัว XP2000 ครับ

Energizer เป็นบริษัทที่ผลิตแบตเตอรี่มายาวนาน เราจะเห็นแบตของเขามีอยู่มากมายหลายชนิด รวมถึงร้านที่จำหน่ายก็มีอยู่ทั่วประเทศไปหมด ซึ่งแบตเตอรี่แบบพกพาแบบพกพา รุ่น XP2000 ที่ผมเอามารีวิวนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก IT CITY สาขา พันธุ์ทิพย์พลาซ่า โดยเขาให้ผมมารีวิวถึง 2 รุ่นด้วยกันคือ XP2000 และ XP8000 และนอกจากสองรุ่นนี้แล้วเขายังมีรุ่นอื่นๆอีกเช่น XP1000, XP4000, XP4001 และ XP18000 ซึ่งแต่ละรุ่นก็เหมาะสำหรับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ถ้าใครสนใจก็ลองขึ้นไปที่ชั้น 5 ของพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ดูนะครับ... เอาหละ เรามาเริ่มกัน

แกะกล่อง ภายในประกอบไปด้วย
• Energizer XP2000 1 ก้อน
• สายต่อพ่วง สำหรับเปลี่ยนหัวชาร์จได้ 1 เส้น
• หัวชาร์จแบบต่างๆ ทั้งหมด 6 หัว ได้แก่ Samsung, LG, Nokia (หัวเล็ก), iPhone/iPad, Mini USB และ Micro USB
• ซองกำมะหยี่ สำหรับใส่แบต 1 ซอง
• คู่มือเล่มเล็กๆ 1 เล่ม

รายละเอียดอุปกรณ์แต่ละชิ้น
• ตัว XP2000 นี้มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ยาว 8.5 เซนติเมตร กว้าง 5.8 เซนติเมตร และหนา 1.3 เซนติเมตร ถ้าเทียบก็คือประมาณฝ่ามือของผู้ชายพอดี วัสดุรอบนอกเป็นพลาสติกสีดำ ทำให้มีน้ำหนักเบามากๆ แค่ 70 กรัมเท่านั้น ตัวแบตนั้นค่อนข้างเรียบๆ ด้านหน้ามีขีดไฟสีฟ้า สำหรับวัดระดับแบตอยู่ 4 ขีด พร้อมปุ่มกดสำหรับเช็กระดับแบต และปุ่มเปิด-ปิดการจ่ายไฟในปุ่มเดียวกัน ส่วนด้านบนก็มีช่องสำหรับชาร์จไฟ เป็นแบบ Mini USB และช่องสำหรับจ่ายไฟ เป็นแบบ USB นอกจากนี้ผมเห็นข้างๆมีปุ่ม Reset ด้วย แต่ไม่ทราบจริงๆว่าเอาไว้ทำอะไร

• สายต่อพ่วง ปลายด้านหนึ่งเป็นหัวแบบ USB ส่วนอีกด้าน เป็นรูเสียบขนาดเล็ก สำหรับต่อหัวชาร์จแบบต่างๆได้ ความยาวสายไม่ทราบ เพราะมันขดเหมือนสายหูโทรศัพท์บ้าน แต่ถ้าให้กะก็คงประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วยืดได้อีกประมาณเท่านึง เพราะสายหนามาก และดูทนทานดีใช้ได้ครับ
• หัวชาร์จแบบต่างๆ ทั้งหมด 6 หัว เป็นหัวต่อสำหรับสมาร์ทโฟนทั้งหมด ดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ บางอันเป็นเหล็ก บางอันเป็นพลาสติก บางอันมีเขี้ยวล็อก บางอันไม่มี

Energizer XP2000 Specification
• จ่ายไฟ 5 โวลต์
• จ่ายกระแส 500 มิลลิแอมป์
• ความจุ 2000 มิลลิแอมป์
• ชนิดของแบตเตอรี่ Lithium Polymer
• รองรับการชาร์จไฟ (Cycle) 500 ครั้ง
• ระยะเวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง
• ขนาด ยาว 8.5 เซนติเมตร กว้าง 5.8 เซนติเมตร และหนา 1.3 เซนติเมตร
• น้ำหนัก 70 กรัม

ทดลองใช้งาน
เหมือนเดิมครับ ผมต้องชาร์จมันซะก่อน แต่ XP2000 นี้ไม่สามารถชาร์จผ่านไฟบ้านได้ เพราะรับไฟได้ที่ 5 โวลต์ และไม่มี Adapter มาให้ นั้นแปลว่าผมต้องชาร์จผ่าน USB นั้นเอง โดยใช้สายต่อพ่วงที่มากับกล่อง ทำการต่อหัว Mini USB เข้าไป เพื่อให้เสียบกับ XP2000 ได้ จากนั้นก็นำไปเสียบชาร์จกับคอมเลยครับ หรือถ้าใครมี Adapter ที่แปลงเป็นหัว USB (ยกตัวอย่าง iPhone) ก็สามารถใช้ Adapter เพื่อชาร์จกับไฟบ้านก็ได้นะครับ

ในระหว่างที่ชาร์จนั้น ขีดไฟสีฟ้าจะกระพริบไปเรื่อยๆที่ละขีด เมื่อขีดสุดท้ายหยุดกระพริบก็คือแบตเต็ม ทำเอาผมนึกถึงเรื่อง Wall-E เลย โดยในระหว่างชาร์จนั้น มีความร้อนเกิดขึ้นน้อยมาก จนแทบไม่รู้สึก คาดว่าน่าจะเป็นเพราะชนิดของแบตที่ Energizer ใช้คือ Lithium Polymer ซึ่งร้อนน้อยและชาร์จได้ไวนั้นเอง แต่ในเรื่องเวลาชาร์จนั้น รุ่น XP2000 กลับใช้เวลาตั้ง 3-4 ชั่วโมง ถึงจะเต็ม ซึ่งถือว่าช้ามาก!! เมื่อเทียบกับความจุแค่ 2000 มิลลิแอมป์ ต่างจากรุ่น XP8000 ที่มีความจุ 8000 มิลลิแอมป์ แต่ก็ใช้เวลาชาร์จเพียง 3-4 ชั่วโมงเหมือนกัน (จะรีวิวในตอนถัดไป) สาเหตุน่าจะมาจากกระแสที่แบตรับได้ คือรุ่น XP2000 รับกระแสได้ที่ละ 500 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมงเท่านั้น ต่อให้ผมลองต่อ Adapter เพื่อรับไฟบ้านที่กระแสแรงกว่า ก็ไม่เร็วขึ้นกว่ากันเท่าไหร่เลยครับ

เริ่มต้นใช้งาน ผมทำการสลับด้านของสาย นำด้านที่เป็น USB มาต่อเสียบที่ตัวแบต ยอมรับว่าทำมาดี เป็นมาตรฐานกว่าตัว Power Tube 6600 ที่เป็นเหมือนหูฟัง ส่วนหัวชาร์จผมลองถอดเข้าถอดออกได้ไม่มีปัญหา แต่กลัวมันแตกหักเล็กน้อย เพราะบางอันเป็นพลาสติกทั้งหัว ส่วนสมาร์ทโฟนที่ใส่เคสไว้ ก็เช่นเดียวกับ Power Tube 6600 คือถ้าหนามากนี้ อาจจะต้องเช็กนิดนึงนะครับ มันอาจจะติดเคสได้

ทดลองกับ iPhone 4

พอเสียบปุ๊ป... นิ่งสนิท!! สาเหตุเพราะผมไม่ได้อ่านคู่มือ ซึ่งในคู่มือเขาบอกว่า "ต้องกดปุ่มเริ่มทำงานด้วยเฟ้ย!!" เนื่องจากแบตเตอรี่แบบพกพาของ Energizer ทุกรุ่น จะมีระบบตัดไฟเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อกันประจุคลายออกจากแบต และป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ถือว่าดีมากๆ โดยในเว็บของ Energizer เขาก็มีรูปทดลองเผาแบตตัวนี้ให้ดูด้วย เพื่อให้เห็นว่ามันไม่ติดไฟ และไม่สามารถระเบิดได้จริง

พอผมทำการกดปุ่มเริ่มชาร์จ ขีดไฟสีฟ้าก็ติดขึ้นมา เพื่อบอกผมว่าแบตยังคงเหลืออยู่เท่าไหร่ จากนั้นก็ดับไป และในระหว่างเดียวกัน สถานะชาร์จไฟที่ตัว iPhone4 ก็ติดขึ้น เป็นการชาร์จแบบเงียบๆเช่นเดียวกัน..... ผ่านไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง แบต iPhone4 ก็เต็ม ถือว่าเวลาชาร์จเป็นปรกติ และตัวแบต XP2000 แทบไม่ร้อนแต่อย่างใด ส่วนระบบตัดไฟเมื่อแบตเต็มนั้น ก็เหมือนเดิมครับ มันตัดไม่ได้ มันจะขึ้นสถานะชาร์จอยู่เรื่อยๆ เหมือนเราเสียบชาร์จสมาร์ทโฟนไปและใช้งานไปนั้นเอง

พลังงานที่เหลือในแบต หลังจากชาร์จ iPhone4 ไป จะเหลืออยู่ที่ 1-2 ขีด ถ้าคำนวณเป็นตัวเลขก็คือ iPhone4 มีแบตอยู่ที่ 1420 มิลลิแอมป์ แปลว่า XP2000 จะเหลือแบตอยู่ 580 มิลลิแอมป์ สามารถชาร์จต่อได้อีกประมาณ 30% ซึ่งจากที่ผมทดลองก็ได้ตามที่คำนวณแทบจะเป๊ะๆเลยครับ ถือว่ายกความดีความชอบให้แบตชนิด Lithium Polymer ไป

ทดลองกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

จากที่ลองไม่ว่าจะเป็น BB Samsung MOTO ใช้งานได้สมบูรณ์ 100% เช่นเดียวกับ iPhone เลยครับ

ทดลองกับ Tablet บ้าง

Tablet ที่ลองได้แก่ Samsung Galaxy Tab 10.1 และ iPad1 ของผบ.เป็ดเรา ปรากฏว่าชาร์จได้!! แต่เจอปัญหาว่าตัวเครื่องไม่ขึ้นสถาะนชาร์จ เนื่องจากตัว XP2000 จ่ายกระแสไฟไม่แรงพอนั้นเอง (แค่ 500 มิลลิแอมป์) คล้ายกับกรณีการนำที่ชาร์จ iPhone ไปชาร์จ iPad คือ สามารถชาร์จได้ แต่จะใช้เวลานานกว่าเดิมมากๆ ประมาณ 2-3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งผมลองชาร์จจนหมด ก็ไม่เกิดความร้อนขึ้นแต่อย่างใดเช่นกัน

แต่ยังไง ผมก็มองว่า XP2000 ไม่ค่อยเหมาะกับ Tablet เท่าไหร่ เพราะความจุมันน้อยมาก แค่ 2000 มิลลิแอมป์ แต่แบตของ Tablet จะอยู่ที่ 6000-8000 เลยทีเดียว ทำให้การใช้ XP2000 กับ Tablet นั้น เหมือนการใช้แบบฉุกเฉินซะมากกว่า

ทดลองกับโน๊ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค
เหมือนเดิมครับ ว่า ก้อนพลังงานนี้จ่ายไฟแค่ 5 โวลต์เท่านั้น ดังนั้นพวกโน๊ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค ที่ต้องการไฟ 12-19 โวลต์นั้น ถือว่าใช้งานไม่ได้นั้นเอง

ทดลองพกพา
เนื่องจากก้อนเล็ก น้ำหนักเบา ทำให้พกพาง่าย จะใส่กระเป๋าถือ หรือจะกระเป๋ากางเกงก็ได้ ไม่รู้สึกหนักแต่อย่างใด และกรณีชาร์จไปใช้งานไป ก็ถือว่าพอทำได้ แต่ดูเหมือนมันแกะกะนิดหน่อยเท่านั้นครับ

เรื่องรับประกัน
XP2000 นั้นรับประกันตัวเครื่อง 3 ปี แต่แบตข้างในจะรับประกันแค่ 6 เดือน นั้นคือ ถ้าชาร์จไม่ถึง 500 ครั้ง แล้วเกิดการคลายประจุ ก็สามารถเปลี่ยนได้ทันที และเห็นว่าอีกไม่นาน (ประมาณปลายปี) ทาง Energizer จะมีบริการเทิร์นในส่วนของแบตเตอรี่ข้างในได้ด้วย ก็จะได้ราคาแบตที่ถูกลง ไม่ต้องเสียตังซื้อใหม่ทั้งก้อน

นอกจากนี้ ถ้าเราไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เราจะสามารถขอหัวชาร์จได้ฟรี ปีละ 2 หัว ตลอดอายุประกัน เพื่อรองรับกับการชาร์จสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆได้นั้นเอง ถือว่าเป็นการบริการหลังการขายที่ดีมากๆ แต่เราต้องเสียค่าส่งเองนะครับ ซึ่งก็น่าจะเป็นร้อยอยู่เหมือนกัน - -"

สรุป
ในแง่ของการชาร์จสมาร์ทโพนนั้น ถือว่าทำได้ดี และมีเอี่ยวๆไปชาร์จทางด้าน Tablet ได้เล็กน้อยด้วย ถึงจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็เถอะ แต่ในด้านราคานั้น อาจจะแพงไปนิด คืออยู่ที่ 1,990 บาท เทียบกับความจุที่ได้แค่ 2000 มิลลิแอมป์เท่านั้น ซึ่งทำให้มีหลายคนวิจาร์ณว่า สู้เอาไปซื้อแบตสำรองเลยดีกว่า ถูกกว่าและพกง่ายกว่าด้วย แต่เวลาจะชาร์จแบตก้อนไหนก็ต้องถอดเปลี่ยนไปมาเท่านั้น ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่มันก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างแตกต่างกันเหมือนกัน เช่น สมาร์โฟนบางรุ่นถอดแบตไม่ได้ ยกตัวอย่าง iPhone, ดูลำบากไปนิดที่ต้องถอดสลับแบตอยู่บ่อยๆ, ชนิดของแบตอาจจะไม่ใช่ Lithium Polymer เก็บนานๆอาจเสื่อมได้ และสุดท้ายคือ มันใช้ได้กับสมาร์ทโฟนของคุณ หรือยี่ห้อและรุ่นที่ใกล้เคียงเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับหลายๆรุ่นได้นั้นเอง
• ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ดี
• ชาร์จ Tablet ได้ แต่ไม่ขึ้นสถานะชาร์จ และชาร์จช้ามาก
• ใช้เวลาชาร์จไฟ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าช้ามาก
• ตัวเคสเป็นพลาสติก น้ำหนักเบา มีความทนทานในระดับหนึ่ง
• ขนาดเล็ก ทำให้พกสะดวก
• สายพ่วงดูทนทาน แต่หัวชาร์จดูไม่ค่อยทนทาน เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น
• ขอหัวชาร์จเพิ่มได้ 2 หัวต่อปี
• มีปุ่มกดเริ่มชาร์จ และบอกความจุแบตที่เหลืออยู่
• เป็นแบตชนิด Lithium Polymer สามารถเก็บประจุได้ดี
• มีระบบตัดไฟเมื่อไม่ใช้งาน
• ราคาสูงไปนิด คือ 1,990 บาท

สุดท้าย ถ้าใครสนใจ สามารถหาซื้อได้จาก IT CITY ทุกสาขา หรือร้านค้าทั่วไปที่มีบูทของ Energizer ก็ได้นะครับ

ส่วนตอนต่อไป เราก็ยังอยู่กับ Energizer แต่เป็นรุ่นใหญ่อย่าง XP8000 บ้างครับ