จัดเต็ม!! Review แบตเตอรี่แบบพกพา ตอนที่ 1 กับ แท่งพลังงาน MiPow Power Tube 6600
โดย เมื่อ
ตั้งแต่สมาร์ทโฟนมันสามารถต่อเน็ต เช็กเมล์ คุยงาน หรือกระทั่งเล่นพวกโซเชี่ยลต่างๆเช่น Facebook Twitter ได้อย่างสะดวก พวกเราชาวกรุงก็เริ่มอยู่กับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้งานมันอยู่เรื่อยๆ และเริ่มให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ มันเลยเกิดปัญหาในการใช้สมาร์ทโฟนแบบชาวกรุงอย่างเราขึ้น นั้นก็คือ แบตหมด ซึ่งนี้เองก็เป็นที่มา ที่ทำให้ผมอยากรีวิวอุปกรณ์ที่เรียกว่า แบตเตอรี่แบบพกพา เพื่อให้ใครหลายๆคนได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของมันกันครับ โดยในตอนแรกนี้ผมขอเสนอตัว Power Tube 6600 จาก MiPow ครับ
MiPow เป็นบริษัทที่ผลิต Accessories สำหรับ Apple เสียส่วนใหญ่ เช่น หูฟัง เคส ลำโพง และแบตเตอรี่ โดยในประเทศไทย เราได้บริษัท Vesatronics เป็นคนนำเข้า และเป็นผู้สนับสนุน Power Tube 6600 ในการรีวิวครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากรุ่น 6600 แล้ว เขายังนำเข้ารุ่น Power Tube 2200 อีกด้วย แต่ที่ผมขอรีวิวรุ่น 6600 นั้นก็เพราะเขาโฆษณาว่า มันชาร์จได้ถึงระดับ iPad นั้นเอง!!... เอาหละ เรามาเริ่มกัน
แกะกล่อง ภายในประกอบไปด้วย
• Power Tube 6600 1 แท่ง
• Adapter สำหรับชาร์จไฟ 1 ตัว
• สายต่อพ่วง สำหรับเปลี่ยนหัวชาร์จได้ 1 เส้น
• หัวชาร์จแบบต่างๆ ทั้งหมด 9 หัว ได้แก่ Samsung, LG, Sony Ericsson, Nintendo, PSP, iPhone/iPad, USB ตัวเมีย, Mini USB และ Micro USB
• คู่มือเล่มเล็กๆ 1 เล่ม
รายละเอียดอุปกรณ์แต่ละชิ้น
• ตัว Power Tube 6600 มีลักษณะเป็นแท่งกลมๆยาวๆ มีเส้นรอบวงขนาด 23 มิลลิเมตร และยาว 242 มิลลิเมตร เทียบได้ประมาณฝาขวดน้ำ และยาวเท่ากับ iPad ตัววัสดุรอบนอกเป็นอลูมิเนียมหนา ดูทนทาน ขนาดที่ว่าถ้าเอาไปทุบหัวคนก็หัวแตกได้ - -" น้ำหนัก 280 กรัม มีสกรีนโลโก้ MiPow Power Tube ไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง พร้อมฝาปิดระบุ FCC และรุ่น 6600 ส่วนปลายอีกด้านก็เป็นฝาปิดเช่นกัน แต่มีรูสำหรับเสียบสายต่อพ่วงได้ โดยรูจะเป็นเหมือนกับหูฟัง มีขนาดเล็ก และรองรับถึง 4 Channel รอบๆรูจะเป็นพลาสติกขุ่น ภายในมีหลอดไฟ 2 สี คือ แดง และ ฟ้า เพื่อแสดงสถานภาพในการชาร์จไฟ แปลว่าจะชาร์จหรือจะใช้ก็ต้องเสียบผ่านรูนี้รูเดียวเท่านั้น ซึ่งในที่นี้ผมขอเรียกมันว่า แท่งพลังงาน แทนแล้วกันนะครับ

• Adapter สำหรับชาร์จไฟ รองรับไฟบ้าน 220 โวลต์ ไม่มีไฟบอกสถานะว่ารับไฟอยู่ หัวสายเป็นแบบหูฟัง สามารถเสียบชาร์จกับตัว Power Tube 6600 ได้โดยตรง
• สายต่อพ่วง มีความยาวประมาณ 16 เซนติเมตร ตัวสายค่อนข้างเล็ก และดูไม่ค่อยทนทานมากเท่าไหร่ หัวสายเป็นแบบหูฟัง สามารถเสียบกับตัว Power Tube 6600 ได้โดยตรง ส่วนที่ปลายอีกด้านหนึ่งมีรูเสียบขนาดเล็ก สำหรับต่อหัวชาร์จแบบต่างๆได้
• หัวชาร์จแบบต่างๆ ทั้งหมด 9 หัว ส่วนมากเป็นหัวต่อสำหรับสมาร์ทโฟน ทำจากเหล็ก ดูแข็งแรงทนทาน ปลายอีกด้านเป็นหัวสำหรับเสียบกับสายต่อพ่วงเท่านั้น แปลว่าถ้าสายขาย หัวเหล่านี้ก็แทบไร้ความหมาย
MiPow Power Tube 6600 Specification
• จ่ายไฟ 5 โวลต์
• จ่ายกระแส 1000 มิลลิแอมป์
• ความจุ 6600 มิลลิแอมป์
• ชนิดของแบตเตอรี่ Lithium-ion
• รองรับการชาร์จไฟ (Cycle) 500 ครั้ง
• อุณหภูมิ -10 ถึง +45 องศา
• ระยะเวลาในการชาร์จ 7 - 9 ชั่วโมง
• ขนาด เส้นรอบวง 23.5 มิลลิเมตร ยาว 242 มิลลิเมตร
• น้ำหนัก 280 กรัม
• สี ฟ้าคราม, น้ำเงินเข้ม, ส้ม, ชมพู, ทอง, เงิน, เทา และ ดำ
ทดลองใช้งาน
แรกเริ่มเลย ผมก็ต้องชาร์จมันเสียก่อน หยิบ Adapter มาเสียบปลั๊ก จับหัวสายเสียบเข้าไปในรูเดียวที่มี ซึ่งอยู่ด้านบนของแท่งพลังงาน ปรากฏ เงียบสนิท... ผมหันไปมองที่ Adapter อ้าว..ไม่มีไฟแดงๆบอกว่าไฟเข้าหรือเปล่า เลยถอด Adapter มาดู มันเกลี้ยงมากๆ ไม่มีปั้มตราหรือสติ๊กเกอร์ MiPow แต่อย่างใด หันไปหยิบคู่มือ มันบอกว่าสามารถใช้สายที่ปลายอีกด้านเป็น USB เสียบชาร์จกับคอมได้ แต่ในกล่องกลับไม่มี ผมเลยคิดว่าเขาน่าจะเปลี่ยนเป็น Adapter ให้เข้ากับไฟบ้านในประเทศไทยนั้นเอง แต่มันก็ไม่น่าชาร์จแบบเงียบๆขนาดนี้ได้ ผมเลยหันไปมองที่ปลั๊ก อ้าว..ไม่ได้เปิดสวิทช์นั้นเอง - -"

เอาใหม่ เสียบปลั๊ก เปิดสวิทช์ แล้วเสียบชาร์จ โอ้!! มีไฟสีแดงติดขึ้นมาที่รอบๆรูเสียบทันที จากนั้นก็รอมันชาร์จไป...ประมาณ 8 ชม. ไฟก็เปลี่ยนกลายเป็นสีฟ้า ผมลองจับๆดู ไม่ร้อนมาก แต่ก็ถือว่าอุ่นๆอยู่เหมือนกัน คงจะระบายร้อนดีเนื่องจากเป็นอลูมิเนียม ผมทำการดึงสายชาร์จออก แล้วทดลองไปชาร์จมือถือที่มี อันแรกคือ iPhone4

ก่อนที่จะชาร์จได้นั้น ผมต้องเสียบสายต่อพ่วง และหัวชาร์จสำหรับ iPhone/iPad เสียก่อน ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ปรกติของแบตเตอรี่แบบพกพา แทบทุกยี่ห้อก็จะใช้วิธีนี้กัน (หลายคนอาจไม่ชิน) แต่ที่ผมแปลกใจใน MiPow ก็คือ หัวสายไม่ใช่แบบ USB แต่เป็นแบบหูฟัง อาจจะเพราะเขาพยายามทำให้มันเล็กมากๆ แต่ผมมองว่าการใช้หัวแบบ USB น่าจะเหมาะกับอุปกรณ์ของ Apple มากกว่าด้วยซ้ำ

และอีกเรื่องคือ สายต่อพ่วงมันสั้นและเล็กไปนิดนึง เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆที่นิยมทำเป็นขดเกลียวกัน ทำให้ผมค่อนข้างกังวลว่ามันจะขาดหรือเปล่า เพราะสายเส้นนี้มีความสำคัญมากพอดู แต่ส่วนหัวชาร์จนั้นดูแข็งแรงดี เป็นเหล็ก บางยี่ห้อให้มาเป็นพลาสติกก็มี ผมลองถอดเข้าถอดออกได้ไม่มีปัญหา ไม่กลัวมันแตกหัก ถือว่าทำได้ดี แต่สำหรับพวกใส่ Case หนาๆไว้นี้อาจจะต้องเช็กนิดนึงนะครับ มันอาจจะติด Case ได้
ทดลองกับ iPhone 4

หลังจากเสียบ iPhone4 ตัวเครื่องขึ้นสถานะชาร์จทันที แต่ที่ตัวแท่งพลังงานไม่มีไฟบอกแต่อย่างใด แสดงว่าตัวแท่งพลังงานสามารถบอกได้แค่ 2 สถานะคือ ชาร์จไฟ และไฟเต็ม ทำให้ผมสงสัยในเรื่องระบบตัดไฟ เพราะตัวแท่งพลังงานนี้ไม่มีปุ่มเปิดปิดเหมือนยี่ห้ออื่น ผมจึงลองทำการชาร์จไฟไปเรื่อยๆ ผ่านไปชม.นิดๆ iPhone4 แบตก็เต็ม ถือว่าเวลาชาร์จเป็นปรกติ และตัวแท่งพลังงานก็ไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด แต่หลังจากที่มันเต็มแล้ว มันก็ยังขึ้นสถานะชาร์จอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าถ้าผมใช้งานสมาร์ทโฟนไปเสียบชาร์จไป แบตผมก็จะเต็มอยู่ตลอดเวลานั้นเอง
อ่อแล้วล่าสุด ผมทดลองชาร์จ iPhone4 ไปถึง 3 รอบมันก็ยังไม่หมดนะครับ ซึ่งถ้าคำนวณตามตัวเลข iPhone 4 แบตอยู่ที่ 1420 มิลลิแอมป์ แสดงว่ามันต้องชาร์จได้ถึง 4 ครั้งครึ่ง เลยทีเดียว แต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ถึงหรือเปล่านะครับ อัพเดทครับ ลองแล้วได้ถึง 4 ครั้งจริงๆ ส่วนอีกประมาณ 1000 มิลลิแอมป์ที่หายไป น่าจะเกิดจากการทดลองรีวิวเครื่องอื่นๆของผมเองครับ
ทดลองกับ iPad บ้าง

ตัวที่ทดลองนี้เป็น iPad1 ของผบ.เป็ดของเรานะครับ ซึ่งพอลองเสียบปุ๊บ ก็ชาร์จทันทีเหมือนกัน เมื่อชาร์จเต็มก็จะไม่ตัด ยังคงจ่ายเป็นไฟสำรองแทนอยู่เรื่อยๆ แต่ที่น่าแปลกใจอยู่อย่างคือ มันชาร์จค่อนข้างช้า ช้าขนาดที่ว่าหลายๆคนคงเคยได้ยิน ว่าถ้าเอาที่ชาร์จ iPhone มาชาร์จ iPad มันจะชาร์จช้ากว่าเดิมเท่านึง และไม่ขึ้นสถานะว่าชาร์จด้วย แต่แท่งพลังงานนี้ดูจะเร็วกว่าที่ลือกันนี้ซักเล็กน้อย แต่ก็ไม่เร็วถึงกับชาร์จไฟบ้าน และสถานะชาร์จก็ติดตลอดเวลา ไม่มีปัญหาอะไร อาจจะเป็นเพราะด้วยกระแสของตัวแท่งพลังงานไม่ค่อยแรงมากก็เป็นได้ครับ

นอกจากนี้ทาง Vesatronics ก็ได้ให้อุปกรณ์เพิ่มมาอีกตัวนึง เพื่อมาทดลองกับ iPad1 โดยเฉพาะ นั้นคือ Case หนังวัวแท้ สีช็อกโกแลต ที่ด้านข้างมีช่องกลมๆสำหรับใส่แท่งพลังงานนี้โดยเฉพาะ ใช้ชื่อว่า Juice Book ยี่ห้อ MiPow ราคา 4,490 บาท ซึ่งมาพร้อมกับแท่งพลังงานนี้เลย ส่วนตัวผมว่ามันก็เหมาะดี แต่สายต่อพ่วงที่ให้มา จะติดมาพร้อมหัวชาร์จสำหรับ iPad เลย ซึ่งแปลว่าเปลี่ยนหัวชาร์จไม่ได้นั้นเอง

ต่อไปลอง ชาร์จ Samsung Galaxy Tab 10.1 ปรกติไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผมใช้วิธีเปลี่ยนหัวชาร์จเป็นแบบ USB ตัวเมีย แล้วค่อยนำหัวแปลงตัวผู้ของ Tab 10.1 มาเสียบนะครับ ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน แต่ต่างจาก Tab 10.1 นั้นคือผมใช้หัวชาร์จ USB ไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นที่หัวเริ่มเอ๋อๆ หรือไม่รองรับการต่อหัวแบบ 2 ขั้นตอนก็เป็นไปได้ครับ

ทดลองกับโน๊ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค
น่าเสียดายที่ผมอยากจะลองมากๆ แต่ทางเว็บบอกไว้ชัดเจนครับว่า แท่งพลังงานนี้จ่ายไฟแค่ 5 โวลต์เท่านั้น ดังนั้นพวกโน๊ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค ที่ต้องการไฟ 12-19 โวลต์นั้น ถือว่าใช้งานไม่ได้นั้นเอง
สรุป ในแง่ของการชาร์จอุปกรณ์ ถือว่าทำได้ดีมาก ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ยันถึง Tablet แถมมีความจุสูงถึง 6600 มิลลิแอมป์อีกตะหาก เรียกว่าชาร์จ Tablet ได้เต็มหรือเกือบเต็มเลยทีเดียว แต่ในเรื่องของการเก็บประจุนั้น อาจจะมีประจุคลายไปบ้าง เนื่องจากใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ซึ่งถ้าเปลี่ยนเป็น Lithium Polymer ได้ก็จะดีมากๆ เพราะมันจะเบาขึ้น และเก็บไว้ได้นานขึ้น เนื่องจาก Li-Pol ไม่ค่อยคลายประจุนั้นเอง
ทดลองพกพา
ผมได้ทดลองพกพาไปข้างนอก 1 วันเต็มๆ ผมรู้สึกเฉยๆมาก ไม่แกะกะ ไม่หนัก ไม่พกลำบากแต่อย่างใด อาจจะเพราะด้วยผมแบกโน๊ตบุ๊คอยู่ 1 ตัวเป็นประจำอยู่แล้ว นั้นแปลว่าถ้าคุณพกอุปกรณ์อย่าง Tablet หรือสะพายกระเป๋าหนังสือได้ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับแท่งพลังงานนี้แน่นอน แต่...ถ้าคุณมองในแง่ตัวปลิวแบบสมาร์ทโฟน ผมได้ทำการให้สาวๆทดลองพกไปครึ่งวัน เขาบอกว่าเจอปัญหาอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ
1.ต้องหากระเป๋าใบใหญ่ๆใส่
2.เขารู้สึกหนัก (ทั้งที่เครื่องสำอางมันหนักกว่าอีก...)
3.ชาร์จไปใช้งานไปลำบากมาก เหมาะกับวางบนโต๊ะหรือชาร์จทิ้งไว้ในกระเป๋ามากกว่า ในกรณีของสมาร์ทโฟน (เอออันนี้จริง)
ดังนั้นถ้าเรื่องพกพา อันนี้ต้องดูไลฟ์สไตล์ และแนะนำให้ไปทดลองจับดูจริงๆจะดีกว่าครับ
สรุป
• ชาร์จสมาร์ทโฟน และ Tablet ได้แทบทุกรุ่น
• ชาร์จโน๊ตบุ๊คไม่ได้
• แบตเตอรี่จุดี ถึง 6600 มิลลิแอมป์
• สนนราคา 2,990 บาท ถือว่าไม่แพงมาก ถ้ามองในกรณีชาร์จ Tablet ได้
• มีหัวชาร์จให้เปลี่ยนเยอะกว่ายี่ห้ออื่น
• แข็งแรง ทนทาน และไม่ร้อนมาก
• สวยและดูเก๋ เหมาะกับ iPad หรืออุปกรณ์ของ Apple มาก
• พกยากเล็กน้อย
• น่าจะเบากว่านี้ได้อีก ถ้าแบตเตอรี่เป็นแบบ Lithium Polymer
• ไม่มีไฟบอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือ
• ไม่มีปุ่มเปิดปิดระบบชาร์จ
ถ้าใครสนใจ สามารถหาซื้อได้ตามงานคอมมาร์ท หรือโทรสอบถามได้ที่บริษัท Vesatronics โทร.02-943-8999, WebSite: www.vesatronics.com ได้นะครับ
ตอนต่อไปพบกับ แบตเตอรี่แบบพกพาของ Energizer กันบ้างนะครับ












