จน ... เครียด ... กินเหล้า!

 ยังจำโฆษณา จน...เครียด...กินเหล้ากันได้รึเปล่าคะ ที่พูดถึงไม่ใช่เพราะคิดถึงพรีเซ็นต์เตอร์หรอกคะ แต่เป็นเพราะโฆษณานี้สะท้อนผลของสภาพ เศรษฐกิจ ที่มีต่อ สุขภาพ ได้ดีทีเดียว
                จน ... เครียด ... เสียสุขภาพจิต

                จน ... เครียด ... กินเหล้า ... เสียสุขภาพตับ

แน่นอนว่าในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย สุขภาพของประชาชนย่อมย่ำแย่ตามไปด้วย เช่น จากเดิมที่เคยกินฮาจิบังราเม็งแล้วตบท้ายด้วยไอติมที่ราคาสวนทางกับปริมาณไขมันอย่าง red mango ก็กลายมาเป็นมาม่ารสหมูสับกับกะหล่ำปรีครึ่งหัวแทน
หรือในทางตรงกันข้ามเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนในประเทศก็ย่อมมีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย  เช่น รัฐบาลมีเงิน ( ที่เหลือจากการคอรั...) มาสร้างโรงพยาบาลได้มากขึ้น  คนตาบอดเสี่ยงกับการเดินหกล้มเวลาเดินบนทางเท้าน้อยลงเพราะผู้ว่ากทม.มีเงินเหลือในการพัฒนาทางเท้าแบบ อินฟินิตี้ ขุด ... ปูกระเบื้อง ... เปลี่ยนผู้ว่า ... ขุดใหม่ ... ปูกระเบื้อง ... เปลี่ยนผู้ว่า ... เป็นต้น
การแปรผัน ตรง ระหว่างสภาพทางเศรษฐกิจกับสภาพทางสุขภาพ ยังมีตัวอย่างทางด้านมหาภาคให้เห็นอีกมากมายคะ เช่น ในช่วงทศวรรษที่ 1980 เศรษฐกิจของเปรูกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ในเวลานั้น อัตราการตายของทารกเพิ่มขึ้นถึง 2.05 % หรือคิดเป็นทารกมากกว่า 17,000 คนต้องเสียชีวิตลงอันเนื่องมาจากการใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขที่ล้มเหลว หรือในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง  คนว่างงานมีมากกว่าคนที่มีงานทำถึง 2 เท่า ซึ่งคนที่ตกงานคือกลุ่มคนที่มีสุขภาพย่ำแย่
Gerard J. van den Berg ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า ทารกที่เกิดในครอบครัวที่ยากจนจะทนทุกข์ทรมานในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำมาก เนื่องจากครอบครัวขาดแคลนการรักษาพยาบาลที่ดี นอกจากนี้ ความจนอาจทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความเครียด ซึ่งอาจมีผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยที่ยังอยู่ในครรภ์ด้วย
แต่มันเป็นความจริงเสมอไปรึเปล่าที่เมื่อเศรษฐกิจดี คนจะมีสุขภาพดี และเมื่อเศรษฐกิจแย่ คนจะมีสุขภาพแย่ตามไปด้วย ….
...

......

แห๋มม...อุตสาห์ถามเกริ่นซะขนาดนี้ แน่นอนว่าคำตอบก็ต้องเป็น ไม่เสมอไป หรอกคะ
มีงานศึกษาหลายชิ้นคะที่ชี้ให้เห็นว่าในช่วงภาวะเศรษฐกิจดีๆ ก็อาจส่งผลในแง่ลบต่อสุขภาพได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นการศึกษาของ Dr. Grant Miller ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Stanford  เขาได้ทำการศึกษาในพื้นที่ Colombia เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ราคากาแฟ ที่มีต่อ  สุขภาพ คะ ไม่ใช่ในแง่ที่ว่ากินกาแฟแพงโคตรเหมือน Starbucks แล้วจะทำให้คนกินมีสุขภาพดีกว่าคนที่ซื้อกาแฟยายกิมถุงละ 15 หน้าปากซอยอะไรแบบนั้น แต่เขาศึกษาเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงของราคากาแฟ  โดยกำหนดให้ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย ราคากาแฟจะลดลงตามสภาวะทางเศรษฐกิจ และเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ราคากาแฟจะเพิ่มสูงขึ้น
ผลการศึกษาพบว่า ราคากาแฟที่ลดลงอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย คนจะมีสุขภาพดีขึ้นและอัตราการตายลดลง แต่เมื่อราคากาแฟเพิ่มสูงขึ้น ผลที่ได้จะตรงกันข้าม เนื่องจากคนจะหมกหมุ้นกับการทำงานมากขึ้น และทำสิ่งต่างๆในบ้านน้อยลง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับลูกๆ เช่นการให้นมสดแท้ๆจากเต้า การพาลูกไปคลินิกหรือพาไปฉีดวัคซีนฟรี ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้สำหรับใน Colombia แล้วถือว่าไม่แพง ( แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเด็กกะเหรี่ยงแถบชายแดนไทย พม่าแน่นอนว่าการลงเขาไปหาหมอที่คลินิกแต่ละทีแถบจะขี้แตกกันเลยทีเดียว )  เพียงแค่ต้องการเวลาบ้างเท่านั้น และนั้นทำให้อัตราการตายของเด็กและทารกเพิ่มสูงขึ้น              
เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น เวลาจะเป็นเงินเป็นทองมากขึ้น ดังนั้นคนจึงทำงานมากขึ้นและทำกิจกรรมที่ดีต่อตัวเองน้อยลง เช่นการทำอาหารเองที่บ้าน หรือการออกกำลังกาย นอกจากนี้คนยังต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงานในช่วงเศรษฐกิจบูมด้วย ” Dr. Miller กล่าว                
นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคมปี 2000 “ Quarterly Journal of Economics ” เขาตีพิมพ์ผลงานที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่งที่มีชื่อว่า Are Recessions Good for Your Health? โดย Christopher J. Ruhm ศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย  North Carolina โดย Dr. Ruhm พบว่าอัตราการตายลดลงอย่างมากในช่วงปี 1974 และ 1982 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย และกลับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งการเพิ่มขึ้น 1 % ของอัตราการว่างงาน มีความเกี่ยวข้องกับการลดลงของอัตราการตาย 0.5 %  หรือคนตายลดลง 5 คนต่อประชากร 100,000 คน นอกจากนี้ อัตราการตายยังลดลงมากกว่า 8 % ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่เศรษฐกิจตกต่ำสุดขีด                

คำอธิบายง่ายๆสำหรับการค้นพบนี้ก็คือ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนมีแนวโน้มที่จะกินของไร้สาระที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายพร่ำเพรื่อมากขึ้น เช่น มื้อเย็นกินข้าวขาหมูโอวัลตินที่ประตูน้ำ 2 จาน, ตบของหวานตามด้วย Earthquake ที่ Swensen's ,  2 ทุ่มนัดเพื่อนแดกเหล้าที่ตักสุรา, ตี 2 ขับรถกลับบ้านเข้าสู่ภาวะ อิ่ม...เมา...ขับ และตามด้วย ง่วง...มึน...ชน ซึ่งถ้าไม่ตายเพราะรถคว่ำ ก็ตายเพราะไขมันอุดหลอดเลือดหัวใจ

ดังนั้นจะเห็นว่า สภาพเศรษฐกิจที่ดีก็ไม่ได้ส่งผลในทางส่งเสริมสุขภาพของเสมอไป และถึงแม้ว่าเราจะบ่อจี้ก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพเราจะแย่ตามไปด้วย  ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่จะต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน เช่นถ้าแม่ตกงาน แต่พ่อยังมีรายได้จุนเจือครอบครัวอย่างพอเพียง ครอบครัวนี้ก็น่าจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยเฉพาะกับลูกๆ แต่ถ้าพ่อหาเงินมาได้แต่ไม่พอยาไส้ แบบนี้บอกได้คำเดียว "งานเข้า " และคงต้องรอความช่วยเหลือจากโครงการ ธงฟ้า ของรัฐบาลอย่างเดียว